สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

นทท.จีนวูบ ชั่วคราวหรือถาวร?? KKP แนะรัฐเร่งปรับนโยบาย-แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
  29/05/2025
KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มีมุมมองเรื่องนักท่องเที่ยวจีนหายไป ว่า ถือว่าผิดคาดไปค่อนข้างมากหลังจากเปิดปีใหม่มา ภาคท่องเที่ยวที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจในปีนี้กลับหดหายไปอย่างน่าตกใจ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าแรงส่งคงจะชะลอตัวลงบ้างหลังจากแบกเศรษฐกิจไทยมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตอนปลายปี 67 ยังเป็นเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ฟื้นตัวกลับไปได้เพียง 60-70% ของนักท่องเที่ยวก่อนโควิด-19 ที่จำนวนเฉลี่ยประมาณ 560,000 คนต่อเดือน อย่างไรก็ดี หลังจากตรุษจีนในเดือนม.ค. 68 นักท่องเที่ยวจีนกลับหดตัวรุนแรงเกือบครึ่ง เหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 300,000 คน หรือคิดเป็นเพียง 30% ของช่วงก่อนโควิด-19 เท่านั้น

*ชะลอชั่วคราวหรือถาวร?
คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายสงสัยกัน คือเหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงการชะลอตัวลงชั่วคราวหรือว่าถาวร เป็นปัญหาที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural) ที่ต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหายาวนาน หรือว่าเป็นเพียงปัญหาชั่วครั้งชั่วคราว (Cyclical) ซึ่งจะผ่านไปได้ในที่สุด

KKP Research มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาจากปัจจัยทั้งสองประเภทที่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยมี 3 ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ในช่วงที่ผ่านมามีดังนี้

1. ปัจจัยเชิงโครงสร้าง คือจำนวนนักท่องเที่ยวขาออกของจีน (Chinese outbound tourist) ยังไม่ฟื้นตัวเท่าช่วงก่อนโควิด-19 จากทั้งภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักอีกเครื่องยนต์หนึ่ง โดยนักท่องเที่ยวจีนที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ ฟื้นตัวเพียง 86.5% ของนักท่องเที่ยวปี 62 สวนทางกับนักท่องเที่ยวจีนที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัวถึง 93.6% แล้ว

2. ปัจจัยเชิงโครงสร้างเช่นกัน คือนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวกลับมาเปลี่ยนจากกรุ๊ปทัวร์เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ (Free Individual Traveler: FIT) มากขึ้น โดยในช่วงก่อนโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยเลือกมาในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ค่อนข้างสูงหากเทียบกับภูมิภาคอื่น โดยคิดเป็นเกือบ 40% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระเพียง 60% ขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ จะมีนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์เพียง 10-20% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เลือกมากับกรุ๊ปทัวร์ลดลงเหลือเพียง 20% เท่านั้นในปีที่ผ่านมา (จากการสำรวจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุด)

ดังนั้น เมื่อเทียบการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งสองประเภทแล้ว จะพบว่า นักท่องเที่ยวอิสระในปีที่ผ่านมาฟื้นตัวกลับมาถึง 77.4% ของปี 62 แล้ว หรือคิดเป็นนักท่องเที่ยว 5.3 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ฟื้นตัวมาเพียง 33.4% หรือคิดเป็นเพียง 1.4 ล้านคนเท่านั้น

โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบและพฤติกรรมการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวอิสระมักมีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ ราคาจึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว ทำให้การกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเน้น “ราคา” เป็นหลักอาจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป แต่ปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อาจเป็นตัวชี้ขาดมากกว่าว่านักท่องเที่ยวจีนจะเลือกมาเที่ยวไทยหรือไม่ เช่น ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว ระดับการให้บริการ ความปลอดภัย ฯลฯ

3. อาจเกิดจากทั้งประเด็นเชิงโครงสร้างและชั่วคราว คือในบรรดานักท่องเที่ยวจีนที่ยังออกมาเที่ยวนอกประเทศกลับเลือกเบนเข็มไปเที่ยวประเทศอื่น ๆ มากขึ้น โดยหลังจากนักท่องเที่ยวจีนในเดือนมกราคมแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่จีนกลับมาเปิดประเทศที่จำนวนกว่า 6.6 แสนคนจากเทศกาลตรุษจีน นักท่องเที่ยวจีนกลับลดลงไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงประมาณ 3 แสนคนจนถึงเดือนเม.ย.

ขณะที่หากพิจารณาเที่ยวบินขาออกจากจีน กลับพบว่าได้ทยอยฟื้นตัวตั้งแต่เดือนมี.ค. แล้ว แต่เที่ยวบินขาเข้าไทยกลับยังลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความน่าสใจของประเทศไทยลดลงมากกว่าจะเกิดจากคนจีนเที่ยวต่างประเทศลดลง

ทั้งนี้ แล้วจีนหันไปเที่ยวประเทศใด ข้อมูลเที่ยวบินขาออกและจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ชี้ไปที่ประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย โดยสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนเลือกมาเที่ยวไทยน้อยลงอาจจะแบ่งเป็น 2 ด้าน

1. การเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวจีนอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่ต้องมีการเตรียมตัววางแผนท่องเที่ยวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวที่อาจทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

2. ประเด็นความปลอดภัยที่รุนแรงขึ้นในสายตานักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขภาพลักษณ์ให้กลับมาดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่ให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษกว่ากรุ๊ปทัวร์อยู่แล้ว

โดยจากการสำรวจล่าสุดของ Dragon Trail International พบว่า นักท่องเที่ยวจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มองว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย เพิ่มขึ้นจาก 38% ในช่วงเดือนก.ย. ของปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศอื่น ๆ การรับรู้เรื่องความปลอดภัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทั้งนี้ สะท้อนว่าประเด็นการลักพาตัวดาราชาวจีนใมช่วงต้นปี การปราบปรามธุรกิจสีเทา และเหตุการณ์แผ่นดินไหว ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย

สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แบบสำรวจข้างต้นได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกปลอดภัยในอันดับต้น ๆ และรัฐบาลควรให้น้ำหนักเป็นอย่างแรก คือผลการประเมินความเสี่ยงในการเดินทางของรัฐบาลจีนและการออกมาตรการเพิ่มความปลอดภัยโดยรัฐบาลท้องถิ่น ที่ผู้ตอบแบบสอบถามประมานครึ่งหนึ่งระบุว่าทำให้รู้สึกปลอดภัย

รองลงมาประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ข้อมูลจากครอบครัว เพื่อน หรือนักท่องเที่ยวคนอื่นในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนในทางบวกจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น ขณะที่ประมาณ 1 ใน 5 ระบุว่าการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต่ำแต่แรกหรือการซื้อประกันการเดินทางจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

สุดท้ายปัจจัยที่ไม่ช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น คือ การท่องเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์หรือการมีไกด์ทัวร์ท้องถิ่น รวมไปถึงการรับข้อมูลจากตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว (Travel Agent)

*แนะปรับเกมดึงยุโรป-อินเดีย แทน
นักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันใกล้หรือไม่ และจะมีนักท่องเที่ยวชาติอื่นมาแทนที่นักท่องเที่ยวจีนได้หรือไม่นั้น KKP Research มองว่า ในระยะสั้นคงเป็นไปได้ยากที่นักท่องเที่ยวจีนจะหันกลับมาเที่ยวไทยอย่างในอดีต หากปัญหาเชิงโครงสร้างข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ไม่ถูกแก้ไข ขณะเดียวกันการหวังพึ่งพานักท่องเที่ยวชาติอื่น เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้นทันทีคงเป็นไปได้ยาก ทั้งในแง่จำนวนที่สูงหลายล้านคนและรายได้จากการท่องเที่ยวหลายแสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวอาจมีนักท่องเที่ยวบางประเทศที่มีโอกาสเติบโตขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลงไปได้เพียงบางส่วน โดย KKP Research มองว่านักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชียใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ควรเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ภาคท่องเที่ยวไทยควรให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากความนิยมในการท่องเที่ยวไทยที่มากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียมีการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายปีหลังมานี้

โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชียใต้ฟื้นตัวได้ประมาณ 120% ของช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 และคิดเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวเกือบ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้ง 2 ภูมิภาคถือว่าสามารถชดเชยได้พอสมควร โดยนักท่องเที่ยวยุโรปจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปีถึงต้นปี ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียมีฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงกลางปีมากกว่า โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.-มิ.ย. ที่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยตามปกติ

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การกำหนดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ดังนี้

1. ในมิติของพื้นที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวภาคใต้เป็นหลัก รองลงมาคือภาคตะวันออกอย่างพัทยา และกรุงเทพฯ ส่วนนักท่องเที่ยวอินเดียมีความคล้ายคลึงกับนักท่องเที่ยวจีน คือครึ่งหนึ่งท่องเที่ยวกรุงเทพฯ เป็นหลัก รองลงมาคือภาคตะวันออกและภาคใต้

2. ในมิติของรูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียใช้จ่ายกับที่พักและโรงแรมมากกว่านักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน มีการเดินทางภายในประเทศต่ำกว่า สะท้อนว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักจะท่องเที่ยวเพียงไม่กี่สถานที่และให้ความสำคัญกับคุณภาพของที่พักเป็นหลัก โดยนักท่องเที่ยวอินเดียจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ และการชอปปิ้งมากกว่าชาวยุโรป

ดังนั้น นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวอาจต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เหมาะสม รวมไปถึงประเภทของธุรกิจที่ภาครัฐควรส่งเสริมมากขึ้น

ที่มาของข่าว: สำนักข่าวอินโฟเควสท์
สศอ.แถลง MPI ก.ค.หด 3.98% หั่นคาดการณ์ทั้งปี 68 เหลือโต 0.0-0.5% เจอหนี้ครัวเรือน-ภาษีสหรัฐกดดัน
    นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ...
  29/08/2025

“พิชัย” หารือทูตสหรัฐฯ กระชับสัมพันธ์ทุกมิติ-ติดตามคืบหน้าภาษี-กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD
    น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลหารือระหว่างนายพิชัย ชุณหวชิร ...
  28/08/2025

จีนส่งผู้แทนการค้าเยือนสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ เริ่มเจรจารอบใหม่-มุ่งหาทางออกข้อพิพาทการค้า
    จีนส่งผู้แทนการค้าเยือนสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ เริ่มเจรจารอบใหม่-มุ่งหาทางออกข้อพิพาทการค้า
  27/08/2025

All About ESG : ESG ไม่ทำโดนปรับ !! กฎหมายบังคับ (ใกล้) มาแล้ว
    ESG ไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังจะกลายเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย !! นั่นก็เพราะ “พ.ร.บ. ...
  26/08/2025


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
เศรษฐกิจเยอรมนี Q2/68 สะดุดหนักเกินคาด หดตัว 0.3% QoQ - 23/08/2025
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (22 ส.ค.) ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีหดตัวลง 0.3% ในไตรมาส 2/2568 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับทบทวนตัวเลขจากรายงานเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัวเพียง 0.1%
วว. จับมือสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยร่วมพัฒนา "ศูนย์วิจัยและสาธิตเทคโนโลยีการผลิตวงจรพิมพ์อัจฉริยะ" - 23/08/2025
มุ่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม/เศรษฐกิจไทยให้ก้าวกระโดด ด้วยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น มิ.ย. 2025 ฟื้นเล็กน้อย แต่คำสั่งซื้อจากไทยร่วง 43.7% - 22/08/2025
สมาคมเครื่องจักรกลญี่ปุ่น (JMTBA) รายงานยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นจากทั่วโลกในเดือนมิถุนายน??? 2025 มีมูลค่ารวม 133,163 ล้านเยน (902.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 3.5% จากเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการเติบโตแบบเดือนต่อเดือนครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
รมว.คลัง นัดถกผู้แทนสหรัฐฯ สัปดาห์หน้ากำหนดสัดส่วน Local Content สินค้าไทย - 21/08/2025
รมว.คลัง นัดถกผู้แทนสหรัฐฯ สัปดาห์หน้ากำหนดสัดส่วน Local Content สินค้าไทย
ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ก.ค. ร่วงต่อเนื่อง ต่ำสุดรอบ 36 เดือน ข้อพิพาทไทย-กัมพูชากระทบค้าชายแดน - 20/08/2025
ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ก.ค. ร่วงต่อเนื่อง ต่ำสุดรอบ 36 เดือน ข้อพิพาทไทย-กัมพูชากระทบค้าชายแดน
เริ่มแล้ว! ภาษี “ทรัมป์” มีผลบังคับใช้ เปิดฉากระบบการค้าโลกยุคใหม่ - 12/08/2025
เริ่มแล้ว! ภาษี “ทรัมป์” มีผลบังคับใช้ เปิดฉากระบบการค้าโลกยุคใหม่
ไทย-สหรัฐ เตรียมออกแถลงการณ์ร่วมบรรลุข้อตกลงภาษี ก่อนเปิดรับฟังความเห็น ชงครม.-สภาฯ ไฟเขียว - 05/08/2025
ไทย-สหรัฐ เตรียมออกแถลงการณ์ร่วมบรรลุข้อตกลงภาษี ก่อนเปิดรับฟังความเห็น ชงครม.-สภาฯ ไฟเขียว
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนร่วงต่อเนื่องเดือนมิ.ย. สัญญาณดีมานด์ในประเทศยังอ่อนแอ - 29/07/2025
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนร่วงต่อเนื่องเดือนมิ.ย. สัญญาณดีมานด์ในประเทศยังอ่อนแอ
อย่ารีบหมดหวัง! ไทยดิ้นเฮือกสุดท้ายเจรจาภาษีทรัมป์ มั่นใจปิดดีลได้อัตราสูสีภูมิภาค - 25/07/2025
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้ “ทีมไทยแลนด์” อยู่ระหว่างการเจรจาข้อสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และไม่อยากให้มีการนำไปเปรียบเทียบกับประเทศที่เจรจาเสร็จแล้ว เพราะการเจรจาจะต้องมีการต่อรองกัน ดังนั้นทีมไทยแลนด์จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ในการเจรจาต่อรองให้เต็มที่ โดยยึดหลัก win-win
พาณิชย์ เตรียมมาตรการช่วยเอกชนรับมือภาษีทรัมป์ ชี้สัญญาณดี เชื่อปิดดีลทัน 1 ส.ค. - 19/07/2025
พาณิชย์ เตรียมมาตรการช่วยเอกชนรับมือภาษีทรัมป์ ชี้สัญญาณดี เชื่อปิดดีลทัน 1 ส.ค.
ผู้ว่าฯ ธปท.รอภาษีทรัมป์ชัด ก่อนประเมินผลศก.ไทย แนะขยายสัดส่วนค้ำประกัน เพิ่มโอกาส SME เข้าถึงสินเชื่อ - 18/07/2025
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ขณะนี้อาจยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทย จากมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ (Reciprocal Tariff) เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาของทีมไทยแลนด์ ซึ่งแม้บางประเทศจะเริ่มเห็นความชัดเจนออกมาแล้ว แต่ในส่วนของไทยนั้น ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วผลการเจรจาจะออกมาอย่างไร ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความสำคัญของการเร่งเจรจาให้จบ เพื่อทำให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจน
ส.อ.ท.เตรียมชงข้อมูล 47 กลุ่มอุตฯ ให้ทีมไทยแลนด์ใช้ต่อรองลดภาษีทรัมป์ - 12/07/2025
ส.อ.ท.เตรียมชงข้อมูล 47 กลุ่มอุตฯ ให้ทีมไทยแลนด์ใช้ต่อรองลดภาษีทรัมป์
ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากร 14 ประเทศ มีผล 1 ส.ค. ไทยโดน 36% - 08/07/2025
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศในวันจันทร์ (7 ก.ค.) ว่า ประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย 14 ประเทศจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยจะมีบางประเทศถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น สำหรับประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับที่ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.
เปิด 20 อันดับสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์หนักสุด - 07/07/2025
เปิด 20 อันดับสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์หนักสุด
คาดเศรษฐกิจจีนโตเฉลี่ย 5% ใน Q2 ยังไม่หลุดเป้า แม้ภาษีสหรัฐฯกดดัน - 04/07/2025
เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ของปีนี้ยังคงแข็งแกร่ง แม้ชะลอลงจากไตรมาสแรก ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มคลี่คลายลง โดยนักเศรษฐศาสตร์จีนชี้ว่า แม้อัตราการเติบโตอาจลดลง แต่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว
“กอบศักดิ์”หั่น GDP ปี 68 โต 2% แถม Downside เปิดมุมมองทางรอดท่องเที่ยว-ส่งออก-ลงทุน - 02/07/2025
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 68 ลงมาเหลือเติบโต 2% แบบมี Downside ที่จะเติบโตได้ต่ำกว่านั้น โดยหากเกิดกรณี worst case อาจจะเติบโตต่ำเหลือแค่ 1.5% ซึ่งจะต้องรอดติดตามว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายอย่างไร โดยเฉพาะการเจรจาการค้าของสหรัฐที่สร้างความผันผวนตั้งแต่ต้นปี
ก.แรงงาน เตรียมชงครม.พรุ่งนี้เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทในกทม.-ธุรกิจโรงแรม - 01/07/2025
ก.แรงงาน เตรียมชงครม.พรุ่งนี้เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทในกทม.-ธุรกิจโรงแรม
รมว.คลัง เผยได้คิวเจรจาภาษีสหรัฐฯ แล้ว เตรียมเดินทางสัปดาห์หน้า - 28/06/2025
รมว.คลัง เผยได้คิวเจรจาภาษีสหรัฐฯ แล้ว เตรียมเดินทางสัปดาห์หน้า
เช็ค 5 อุตสาหกรรมเปิดกิจการมูลค่าลงทุนสูงสุด 5 เดือนปี 68 - 26/06/2025
ตรวจสอบ 5 อุตสาหกรรมเปิดกิจการมูลค่าลงทุนสูงที่สุด 5 เดือนปี 68 ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้วที่นี่
ผลกระทบภาษีทรัมป์ สะเทือนศก.ไทยครึ่งปีหลัง เสี่ยงถดถอยเชิงเทคนิค - 12/06/2025
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายด้านภาษีนำเข้า ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อภาคการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจทั่วโลก โดยล่าสุด องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 68 ลงมาอยู่ที่ 2.9% และปรับประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลงเหลือ 1.6% ซึ่งความไม่แน่นอนของนโยบายของสหรัฐฯ ทั้งด้านการค้า การเงิน การคลัง การศึกษา และการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อค่าเงิน เสถียรภาพ และศักยภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 134 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2667 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.