สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

ส.อ.ท. เผยดัชนีอุตฯ ก.พ. ขยับขึ้น แต่มี.ค.ส่อทรุดหลังสงครามยืดเยื้อ กาง 3 ฉากทัศน์ปรับขึ้นราคาสินค้า
  20/03/2026
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนจากหลายด้าน โดยศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีมติให้มาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) เป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม ได้มีการประกาศใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (The Trade Act of 1974) เพื่อจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% กับทุกประเทศ ส่งผลให้อัตราภาษีของไทยปรับลดลงเป็นระยะเวลา 150 วัน ซึ่งช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ส่งออกในระยะสั้น
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยบรรเทาภาระหนี้ของผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือน ขณะเดียวกัน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มขยายตัว โดยในเดือนมกราคม 69 มีมูลค่าการลงทุน 33,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 15% (YoY) ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจ้างงาน และสนับสนุนกิจกรรมการผลิตในประเทศ

ในส่วนของมาตรการภาครัฐ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เป็นการชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี จาก 0.46% เหลือ 0.32% ต่อปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของสถาบันการเงิน สนับสนุนการขยายสินเชื่อ และเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

ขณะเดียวกัน การจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีแนวโน้มคึกคัก โดยคาดว่ามีมูลค่าการใช้จ่ายรวมประมาณ 54,221 ล้านบาท ขยายตัว 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริโภคสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้า รวมถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ได้แก่ กำลังการผลิตในบางอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์เซรามิก เครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ไฟป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศและควันข้ามแดน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนของไทย

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในเดือนม.ค. 69 การนำเข้าขยายตัว 29.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น 29.5% ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (22.12%) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (53.69%) และเคมีภัณฑ์ (5.15%) ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และเพิ่มความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์สินค้า

 

*ดัชนีเชื่อมั่นฯ มี.ค. แนวโน้มชะลอ หลังสงครามยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดในเดือนมี.ค. 69 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตในภาพรวม ภาครัฐมีการขยับกรอบการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจากเดิมไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็น 33 บาทต่อลิตร โดยอยู่ระหว่างการทยอยปรับขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถปรับตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

โดยภาคอุตสาหกรรม ประเมินว่า หากราคายังไม่เกินระดับดังกล่าว ธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากปรับตัวสูงกว่านี้จะส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 5-12% และอาจผลักดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5% โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเหล็ก อลูมิเนียม พลาสติก เยื่อกระดาษ แก้ว เซรามิก ปิโตรเคมีและปูนซีเมนต์ จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อแนวโน้มการปรับราคาสินค้า ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นยังได้รับผลกระทบในระดับจำกัด

นอกจากนี้ ต้นทุนการขนส่งทางเรือปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากข้อจำกัดด้านเส้นทางการเดินเรือและความล่าช้าในการขนส่งสินค้า ส่งผลให้ราคาสินค้าและแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

ในส่วนของต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันเตามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจาก 7-8 บาทมาอยู่ที่ประมาณ 23-24 บาทต่อลิตร ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังเป็นเชื้อเพลิงหลักในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน ยังเกิดปัญหาราคาเขย่งในตลาดน้ำมัน โดยราคาหน้าปั๊มและราคาขายผ่านผู้ค้ารายย่อย (Jobber) ต่างกันสูงถึง 11-12 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ค้าขาดสภาพคล่องในการจัดหาน้ำมันไปป้อนภาคการผลิตและเกษตรกรรม จนเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่

*กาง 3 ฉากทัศน์ ขึ้นราคาสินค้าหลังต้นทุนพลังงานพุ่ง
ส.อ.ท. ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทยภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ำมัน แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่

1. กรณีฉากทัศน์ที่หนึ่ง หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 บาทต่อลิตร จะถือเป็นการปรับขึ้นในระดับต่ำ โดยผลกระทบจะอยู่ในวงจำกัด ต้นทุนด้านการขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อก็คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SMEs อาจเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านกำไรมากขึ้น

2. ฉากทัศน์ที่สอง หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 2-4 บาทต่อลิตร ผลกระทบจะขยายตัวในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าต้นทุนด้านการขนส่งจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 5-12% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการในหลายภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) อาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย จากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นราว 3-5% และเริ่มเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับ 0.5-1.0% ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs จะเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม เซรามิก ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และเคมี จะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35-50% ของต้นทุนการผลิต โดยภาพรวมถือเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุน

3. กรณีฉากทัศน์ที่สาม หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 บาทต่อลิตร จะถือเป็นระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงในลักษณะใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ในปี 65-66 ซึ่งราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงถึง 120-140 เหรียญต่อบาร์เรล โดยในช่วงดังกล่าวรัฐบาลได้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 34.94 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสูงสุดถึง 132,671 ล้านบาท ในไตรมาส 4/65 อย่างไรก็ตามระดับราคาน้ำมันดังกล่าวยังคงส่งผลทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% ขณะที่ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้นถึง 5.16 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวมราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นราว 6-8% และทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบในวงกว้างต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับเพื่อป้องกันผลกระทบลุกลาม ได้แก่ การอุดหนุนผู้ค้ารายย่อย (Jobber) เพื่อลดช่องว่างราคาน้ำมัน การพิจารณาระงับการส่งออกเศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม และเศษกระดาษ เพื่อรักษาวัตถุดิบในประเทศ และการบริหารราคาดีเซลแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

*คาดการณ์ดัชนีเชื่อมั่นฯ ช่วง 3 เดือนข้างหน้า
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.9 ในเดือนมกราคม 69 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลผลิตทางการเกษตรที่ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ และขนุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ของเกษตรกร และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศจากการใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา อาทิ มาตรา 201 มาตรา 232 มาตรา 301 และมาตรา 338 ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อการค้าโลก การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และบรรยากาศการค้าในตลาดโลกในระยะต่อไป

 

*ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
1. เสนอให้ยกระดับกลไกติดตามมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยบูรณาการภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบเพื่อร่วมประเมินผลกระทบจากมาตรการตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ เช่น มาตรา 232, 301 รวมถึงมาตรการกีดกันรูปแบบอื่น ๆ ควบคู่กับการจัดทำยุทธศาสตร์การเจรจาเชิงรุกเพื่อลดข้อจำกัดทางการค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

2. เสนอให้ภาครัฐเร่งบังคับใช้มาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น มาตรการ AD (Anti-Dumping), CVD (Countervailing Duty) และ SG (Safeguard Measure) โดยจัดตั้งศูนย์ติดตามความเสี่ยงการนำเข้าเพื่อคัดกรองสินค้าเสี่ยงและเปิดไต่สวนเชิงรุก พร้อมยกระดับการตรวจสอบการนำเข้า ป้องกันการสำแดงราคาต่ำ สวมพิกัด เปลี่ยนแหล่งกำเนิด และการส่งผ่านประเทศที่สาม

3. เสนอให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับ Smart Agriculture Industry (SAI) และเพิ่มมูลค่าการแปรรูปวัตถุดิบเกษตร แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและยกระดับความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย โดยสนับสนุนเงินทุนปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลักดัน R&D และยกระดับมาตรฐานสากล


ที่มาของข่าว: สำนักข่าวอินโฟเควสท์
สศอ. เผย MPI มี.ค.69 โต 0.75% อุตฯ ปิโตรเลียม-ยานยนต์หนุน ตั้งรัฐบาลใหม่ราบรื่น
    สศอ. เผย MPI มี.ค.69 โต 0.75% อุตฯ ปิโตรเลียม-ยานยนต์หนุน ตั้งรัฐบาลใหม่ราบรื่น
  04/05/2026

"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน
    "อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" ...
  04/05/2026

ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7%
    ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน ...
  28/04/2026

กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนมี.ค.พุ่ง 15.8% แม้สงครามอิหร่านดันต้นทุนวัตถุดิบสูง
    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า ...
  27/04/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
TMTS 2026 ที่สุดของนวัตกรรมการผลิตด้านโลหการและเครื่องมือกล - 24/04/2026
TMTS 2026 ที่สุดของนวัตกรรมการผลิตด้านโลหการและเครื่องมือกล
SME D Bank รับมอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า "พัฒนาคู่เติมทุน" หนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว - 23/04/2026
SME D Bank รับมอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า "พัฒนาคู่เติมทุน" หนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว
มูดี้ส์ ปรับเพิ่ม Outlook ไทย สะท้อนเสถียรภาพรัฐบาล-พื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง - 22/04/2026
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ “เชิงลบ (Negative Outlook)” เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)” และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ Baa1 โดยการปรับมุมมองในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
จีนเผยยอดค้าปลีก-ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในเดือนมี.ค. - 15/04/2026
จีนเผยยอดค้าปลีก-ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในเดือนมี.ค.
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน กังวลภาวะสงคราม ดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบค่าครองชีพ - 14/04/2026
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค เดือนมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 โดยเป็นการปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 68 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน
กกร. หั่น GDP ปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% พิษสงครามตอ.กลาง ดันราคาพลังงานพุ่ง - 13/04/2026
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือโต 1.2-1.6% จากเดิมคาดโต 1.6-2.0% โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่ดีดตัวสูงขึ้น และทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศต้องปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาด ขณะที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งการบริโภค และความเชื่อมั่นภาคเอกชน การปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายของภาครัฐ อาจจะต้องมีการก่อหนี้เพิ่มเพื่อประคองเศรษฐกิจ ภาคการผลิตที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจาก logistics disruption ตลอดจนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทางราว 1 ล้านคน ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น ก.พ. 2026 โต 24.2% YoY แตะ 1.47 แสนล้านเยน ฟื้นตัวต่อเนื่อง - 10/04/2026
สมาคมเครื่องจักรกลญี่ปุ่น (JMTBA) รายงานยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นจากทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 146,744 ล้านเยน (924.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม และเป็นการกลับมาเติบโตแบบเดือนต่อเดือน (MoM) ครั้งแรกในรอบ 2 เดือน
อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก - 09/04/2026
อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก
รมว.อุตสาหกรรมป้ายแดง มอบนโยบายหนุนพา SME ฝ่าวิกฤตพลังงาน ก่อนเปิดรายละเอียด 20 เม.ย. - 08/04/2026
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก เบื้องต้นได้ให้นโยบายว่า การทำงานในช่วงวิกฤตนี้ต้องทำให้เร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤต ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน - 03/04/2026
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต - 19/03/2026
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต
ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. - 16/03/2026
ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวหุ้น ข่าวต่างประเทศ ข่าวธุรกิจ ข่าวทั่วไป About ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. ข่าวเศรษฐกิจ March 13, 2026 13:57 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และทำให้มีการปิดช่องแคปฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางที่น้ำมันดิบในตลาดโลกถึง 20% หรือคิดเป็น 20 ล้านบาร์เรล/วัน จะต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ โดยได้จัดทำเป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenario) ตามระยะเวลาของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังนี้
‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี - 13/03/2026
3 สินค้าไทยระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง” ถูกสหรัฐไต่สวนไทยตามมาตรา 301 ปมกำลังผลิตส่วนเกิน ได้ดุลการค้าสหรัฐพุ่ง ปูทางให้ทรัมป์ขึ้นภาษี ดันสงครามการค้าตึงเครียดเพิ่มขึ้น “ศุภจี” ตั้งทีมเฉพาะกิจติดตาม “เอกนิติ” มั่นใจแจงเหตุผลได้ ชี้ไทยได้ดุลมาจากสหรัฐใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งกลับ
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero - 13/03/2026
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์ - 10/03/2026
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
บีโอไอผนึกหอการค้า รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย - 05/03/2026
บีโอไอจับมือหอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของมาตรการทางการค้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยมุ่งเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยา
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย - 03/03/2026
บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่
ญี่ปุ่นเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 2.2% เดือนม.ค. หลังผลิตรถยนต์โตแกร่ง - 02/03/2026
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5% - 27/02/2026
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5%
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน - 23/02/2026
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 136 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2719 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.