สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
  13/03/2026
อะไรคือทิศทางต่อไปของเทคโนโลยี CCUS ในปี 2026

ขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) กำลังได้รับการมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก และอุตสาหกรรมหนัก

ปี 2026 มีแนวโน้มจะเป็นปีสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน CCUS จากระยะโครงการนำร่องและสาธิต ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่เปลี่ยนแปลง การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เติบโตมากขึ้น

โดยรวมแล้ว กำลังการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ทั่วโลกยังคงมีขนาดค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่กำลังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างชัดเจน ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ณ ต้นปี 2025 กำลังการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ดำเนินการอยู่ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านตันต่อปี (Mtpa) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า


เมื่อพิจารณาภาพรวมของกิจกรรมโครงการ จะพบว่ามีโครงการจำนวนหลายร้อยโครงการในห่วงโซ่มูลค่า CCUS ซึ่งสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น รายงานต่าง ๆ ระบุว่ามีโครงการ CCUS มากกว่า 600 โครงการในหลายระยะของการพัฒนา โดยกิจกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบรายปี พร้อมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าแตะระดับประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ ปี 2024)

แม้จะมีการเติบโตดังกล่าว CCUS ก็ยังห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าทุกโครงการที่ประกาศไว้จะดำเนินการตามแผน ภายในปี 2030 กำลังการดักจับคาร์บอนอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 430 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อปี ซึ่งยังต่ำกว่าระดับประมาณ 1 กิกะตัน (Gt) ต่อปี ที่จำเป็นภายใต้เส้นทางสู่ Net Zero สำหรับภาคพลังงานโลกภายในช่วงกลางศตวรรษ

กำลังการดักจับส่วนใหญ่ในปัจจุบันและที่วางแผนไว้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่เอเชีย โดยเฉพาะจีนและตะวันออกกลาง กำลังมีสัดส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น


อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนโมเมนตัมของ CCUS ในปี 2026
นโยบายและกฎระเบียบ

นโยบายสาธารณะถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการพัฒนา CCUS ในหลายตลาดสำคัญ มาตรการต่าง ๆ เช่น เครดิตภาษี (ตัวอย่างเช่น มาตรการจูงใจ 45Q ของสหรัฐ) มอบผลตอบแทนจำนวนมากต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกดักจับและกักเก็บหรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ โดยมีการเพิ่มแรงจูงใจเป็นพิเศษสำหรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น การดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง (Direct Air Capture: DAC)

มาตรการจูงใจเชิงนโยบายดังกล่าวถูกประเมินว่ามีมูลค่าการสนับสนุนรวมมากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านการวิจัย การสาธิต และการนำ CCUS ไปใช้งานจริง

ในยุโรป กรอบกฎระเบียบ เช่น กลยุทธ์การจัดการคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป (EU Industrial Carbon Management Strategy) และโครงการอุตสาหกรรมสะอาดที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสอดคล้องของโครงสร้างตลาดคาร์บอนไดออกไซด์และเอื้ออำนวยต่อการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนข้ามพรมแดน

เงินทุนและการลงทุน

การลงทุนใน CCUS เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเงินทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่โครงการใหม่และการพัฒนาเทคโนโลยี

ตัวอย่างเช่น โครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของเยอรมนีมูลค่า 6 พันล้านยูโร (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์) สำหรับการลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี CCS จะเริ่มเปิดตัวกลไกสนับสนุนแบบแข่งขันได้ในช่วงกลางปี 2026 ส่งผลให้เงินทุนภาครัฐสำหรับการนำ CCUS ไปใช้งานเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน ความสนใจจากภาคเอกชนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน บริษัทพลังงานรายใหญ่กำลังเข้าสู่การเจรจาเพื่อดึงดูดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในสินทรัพย์ CCUS ตัวอย่างเช่น การหารือของบริษัท Eni เพื่อขายสัดส่วนธุรกิจ CCUS ของบริษัท

สัญญาณตลาดและการดำเนินการของภาคธุรกิจ

นอกเหนือจากเงินสนับสนุนจากภาครัฐแล้ว ความมุ่งมั่นของบริษัทต่าง ๆ ในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการผลิตคาร์บอนต่ำ กำลังกดดันให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมพิจารณา CCUS เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลดคาร์บอน

แม้ว่าการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนจะยังเป็นส่วนที่กำลังพัฒนาในระบบ CCUS แต่ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากคาร์บอนไดออกไซด์เช่น เชื้อเพลิง สารเคมี และวัสดุก่อสร้าง กำลังเริ่มเติบโต และเปิดโอกาสให้คาร์บอนที่ดักจับได้เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีสำคัญที่ต้องจับตา

ในปี 2026 แกนหลักของการนำ CCUS ไปใช้งานจะยังคงเป็นเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากแหล่งกำเนิดโดยตรง (point-source capture) ที่ใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ การกลั่น และการผลิตพลังงาน ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนที่จะถูกปล่อยสู่บรรยากาศ ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีการกำจัดคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ

ระบบการดักจับที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีการดูดซับทางเคมีหลังการเผาไหม้ (post-combustion chemical absorption) โดยใช้ตัวทำละลายประเภทเอมีน เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์เชิงพาณิชย์แล้ว และยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการปรับปรุงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม แม้ว่าจะใช้พลังงานสูงและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 นักพัฒนาเทคโนโลยีกำลังมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาตัวทำละลายขั้นสูงที่ต้องใช้พลังงานในการฟื้นฟูน้อยลง การบูรณาการกระบวนการเพื่อลดภาระพลังงานของระบบ หน่วยดักจับแบบโมดูลาร์เพื่อลดระยะเวลาก่อสร้างและต้นทุนลงทุนเริ่มต้น การปรับปรุงดังกล่าวคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนการดักจับคาร์บอน ซึ่งในปัจจุบันมีช่วงต้นทุนที่แตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมและความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์

เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนก่อนการเผาไหม้ (pre-combustion capture) ถูกนำมาใช้แล้วในกระบวนการผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียในภาคอุตสาหกรรม และถือเป็นวิธีสำคัญในการลดการปล่อย CO2 จากกระบวนการที่ใช้ก๊าซสังเคราะห์ (syngas)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงงานผลิตแอมโมเนียและไฮโดรเจนจำเป็นต้องกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ ออกจากกระแสก๊าซในกระบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนก่อนการเผาไหม้ในบริบทของการลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรม

โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บ

เมื่อกำลังการดักจับคาร์บอนเพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุด ทั้งในฐานะตัวขับเคลื่อนและข้อจำกัดของการขยาย CCUS ในปี 2026

เครือข่ายท่อส่งยังคงเป็นวิธีการขนส่งหลักสำหรับโครงการ CCUS บนบกที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ทางเรือกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งการเคลื่อนย้าย CO2 ข้ามพรมแดนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศูนย์กักเก็บใต้ทะเลร่วมกัน

การศึกษาทางภูมิศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า 70% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกอยู่ห่างจากแหล่งกักเก็บที่มีศักยภาพไม่เกินประมาณ 60 ไมล์ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมต้นทุนและเร่งการใช้งาน

ในยุโรป โครงการกักเก็บใต้ทะเลใหม่ เช่น โครงการ Greensand ของเดนมาร์ก ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการในปี 2026 เป็นตัวอย่างของการขยายกำลังการกักเก็บที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการใช้งาน CCUS ในวงกว้าง

เส้นทางการใช้ประโยชน์จากคาร์บอน

แม้ว่าการกักเก็บคาร์บอนแบบถาวรในชั้นหินใต้ดินยังคงเป็นปลายทางหลักของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดักจับ การใช้ประโยชน์จากคาร์บอนก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องในฐานะเส้นทางเสริม โดยเฉพาะในกรณีที่สามารถช่วยปรับปรุงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการหรือสนับสนุนห่วงโซ่มูลค่าทางอุตสาหกรรม

ในปี 2026 ความพยายามด้านการใช้ประโยชน์คาร์บอนคาดว่าจะยังคงกระจุกตัวใน เชื้อเพลิงสังเคราะห์และ e-fuels โดยเฉพาะสำหรับภาคการบินและการเดินเรือ การผลิตสารเคมี เช่น เมทานอล และโพลิเมอร์ วัสดุก่อสร้าง ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกทำให้เกิดปฏิกิริยากลายเป็นแร่ในคอนกรีตหรือวัสดุผสม

แม้ว่าตลาดการใช้ประโยชน์คาร์บอนยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยทั้งหมด แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ในระยะสั้น และช่วยลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนในช่วงเริ่มต้นของโครงการ CCUS

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนว่าการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่จำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของสภาพภูมิอากาศได้ จึงทำให้การกักเก็บระยะยาวยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการใช้งาน CCUS

ความท้าทายและความเสี่ยงในปี 2026

ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ในหลายภูมิภาค ต้นทุนการลงทุนและการดำเนินงานที่สูงยังคงเป็นอุปสรรคหลักต่อการขยาย CCUS การประเมินระบุว่าต้นทุนการดักจับคาร์บอนอยู่ในช่วงประมาณ 40–120 ดอลลาร์ หรือมากกว่านั้นต่อ คาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งตัน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและแหล่งกำเนิดในอุตสาหกรรม ซึ่งมักสูงกว่าราคาคาร์บอนในตลาดปัจจุบัน และสร้างแรงกดดันต่อความคุ้มค่าของโครงการหากไม่มีนโยบายสนับสนุนที่เข้มแข็ง

ความไม่แน่นอนด้านนโยบายและกฎระเบียบ

นโยบายและกรอบกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างประเทศต่าง ๆ ทำให้การตัดสินใจลงทุนระยะยาวและการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานมีความซับซ้อน หลายประเทศยังขาดมาตรฐานด้านความรับผิด การติดตามการกักเก็บระยะยาว และกฎระเบียบเกี่ยวกับการขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ข้ามพรมแดน ซึ่งอาจลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้การอนุมัติโครงการล่าช้า

โครงสร้างพื้นฐานและการยอมรับของสาธารณะ

การพัฒนา CCUS ในระดับขนาดใหญ่ไม่เพียงต้องการโรงงานดักจับคาร์บอน แต่ยังต้องการเครือข่ายท่อส่ง ศูนย์กักเก็บ และระบบขนส่งขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนเผชิญกับความท้าทายด้านโลจิสติกส์ การใช้ที่ดิน และการยอมรับของสังคม

ความกังวลของสาธารณะเกี่ยวกับความเสี่ยงของคาร์บอนไดออกไซด์ใต้ดิน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม

การวัด การรายงาน และการตรวจสอบ

ระบบ MRV ที่มีความเข้มแข็งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความน่าเชื่อถือของการบัญชีคาร์บอนและกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม ในหลายภูมิภาค มาตรฐานด้านการวัดและการตรวจสอบคาร์บอนไดออกไซด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือมีความไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการออกเครดิตคาร์บอนและการประเมินประสิทธิภาพโครงการ

เสียงสะท้อนจากอุตสาหกรรม

Carbon Herald พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายรายเพื่อประเมินมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของ CCUS ในปี 2026 รวมถึงโอกาสและความท้าทายหลักที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเผชิญ

Colin Laing หัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้าน CCUS บริษัท Xodus กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นโครงการ CCS ชุดแรกในยุโรปเหนือเสร็จสิ้นการก่อสร้างและเริ่มดำเนินงาน พร้อมกับข้อตกลงที่ลงนามซึ่งจะทำให้คาร์บอนเริ่มถูกขนส่งข้ามพรมแดนยุโรปเพื่อการกักเก็บ

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ตลาดที่มีความคล่องตัวและมีศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การปรับกระบวนการจัดสรร CCS ของเดนมาร์กเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ความทะเยอทะยานไม่สามารถเดินนำหน้าความเป็นจริงด้านกฎระเบียบและโครงการได้ หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

เมื่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี รวมถึงศูนย์กลางในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนอย่างกรีซและอิตาลี เร่งแผนของตน ปริมาณการปล่อยจากภาคอุตสาหกรรมก็เริ่มปรากฏชัดมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถขยายตัวในภูมิภาคเหล่านี้ได้ การรักษาสมดุลระหว่างความกระตือรือร้นต่อ CCS และการวางแผนเชิงปฏิบัติในระดับประเทศและทวีป จะช่วยให้ภาคส่วนนี้เติบโตต่อเนื่องในปี 2026 และหลังจากนั้น

ผู้อำนวยการด้านเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญ CCUS บริษัท Fluor กล่าวว่า ปี 2026 สามารถช่วยให้เกิดก้าวสำคัญสู่การใช้งานในระดับขนาดใหญ่ แต่จะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน คิดว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ CCUS ในรูปแบบต่าง ๆ ยังจำเป็นเพื่อให้การพัฒนาดำเนินต่อไป

ความท้าทายของการใช้งานในระดับขนาดใหญ่คือ ในท้ายที่สุดโครงการต้องสามารถทำกำไรได้ ปัจจุบัน Fluor เพิ่งเสร็จสิ้นการศึกษาวิศวกรรมขั้นต้น (FEED) หรือกำลังอยู่ในขั้นตอน FEED สำหรับโครงการ CCUS หลายโครงการ ซึ่งจำเป็นต้องมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดีเพียงพอเพื่อผ่านการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) แรงจูงใจด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปล่อย CO2 รวมถึงการเติบโตของตลาดการกำจัดคาร์บอน (CDR) สำหรับบางการใช้งาน สามารถช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้

ที่มาของข่าว: ฐานเศรษฐกิจ
‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี
    3 สินค้าไทยระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง” ถูกสหรัฐไต่สวนไทยตามมาตรา 301 ปมกำลังผลิตส่วนเกิน ...
  13/03/2026

ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
    ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
  10/03/2026

บีโอไอผนึกหอการค้า รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย
    บีโอไอจับมือหอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ...
  05/03/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย - 03/03/2026
บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่
ญี่ปุ่นเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 2.2% เดือนม.ค. หลังผลิตรถยนต์โตแกร่ง - 02/03/2026
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5% - 27/02/2026
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5%
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน - 23/02/2026
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน
คูโบต้า จับมือพันธมิตร เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” เปลี่ยนทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ - 20/02/2026
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรมการข้าว เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำพาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India - 20/02/2026
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ - 19/02/2026
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ
SME ไทยยังอ่วม! ดัชนีธุรกิจ-ความสามารถแข่งขันต่ำเกณฑ์ ปัญหาหลักเข้าไม่ถึงแหล่งทุน - 13/02/2026
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นการสำรวจจากผู้ประกอบการ 655 ตัวอย่างทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค.68 พบว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 47.8
จีนชะลอตัว ญี่ปุ่นจะเดินอย่างไร? ธุรกิจญี่ปุ่นในจีนเผชิญแรงกดดัน ปี 2569 ยังเปราะบาง - 11/02/2026
เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจีนเร่งขยายบทบาทในตลาด ด้วยจุดแข็งด้าน “ราคาที่แข่งขันได้” และ “ศักยภาพทางเทคโนโลยี” ส่งผลให้ผู้เล่นจากญี่ปุ่นถูกเบียดออกจากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก. - 10/02/2026
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก.
ส่องทิศทางอุตสาหกรรม ปี 69 ยังสาหัส! 15 กลุ่มรุ่ง-10 กลุ่มร่วง แนวโน้มหดตัวเกือบทุกภูมิภาค - 03/02/2026
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ เผยผลสำรวจสถานการณ์ และแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของประธานกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงประธานสภาอุตสาหกรรมภาคจาก 5 ภูมิภาค ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.68 เพื่อประเมินทิศทาง แนวโน้ม และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า โดยพบว่า 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนอีก 15 กลุ่มอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม มีแนวโน้มหดตัวลดลงจากปีก่อน
ออมสิน จับมือสมาคมเครื่องจักรกลไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นลงทุน เร่งใช้จ่ายห่วงโซ่อุปทาน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ - 03/02/2026
ออมสิน จับมือสมาคมเครื่องจักรกลไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นลงทุน เร่งใช้จ่ายห่วงโซ่อุปทาน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
จีนจวก EU ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเป็นซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง ชี้เป็นการทำลายการค้า - 23/01/2026
กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงในวันนี้ (22 ม.ค.) ว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อกรณีที่สหภาพยุโรป (EU) จะขึ้นบัญชีบริษัทจีนบางแห่งในฐานะ “ซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง” (high-risk suppliers)
ปัญหาชายแดน-ยุบสภา-บาทแข็ง กดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค.68 ลงมาอยู่ 88.2 - 22/01/2026
ปัญหาชายแดน-ยุบสภา-บาทแข็ง กดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค.68 ลงมาอยู่ 88.2
GDP เยอรมนีปี 68 ขยายตัว 0.2% ตามคาด กลับมาโตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 65 - 20/01/2026
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยวันนี้ (15 ม.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีขยายตัวตามคาดที่ 0.2% ในปี 2568 หลังจากหดตัวติดต่อกันสองปี ส่วนในไตรมาสที่ 4/2568 เศรษฐกิจก็ขยายตัวในอัตราเดียวกัน
Kubota เปิดตัวรถแทรกเตอร์ “Transformer” รุ่น KVPR ที่สามารถเปลี่ยนความสูงและความกว้างได้ - 19/01/2026
Kubota เปิดตัวรถแทรกเตอร์ “Transformer” รุ่น KVPR ที่สามารถเปลี่ยนความสูงและความกว้างได้
ปลุก ศก.ฐานราก! บสย. ดันยอดค้ำประกัน "Quick Big Win" เดือนแรกทะลุ 5,000 ลบ. - 16/01/2026
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากการหดตัวต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบถึง 13 ไตรมาสติดต่อกัน เป็นที่มาของการเปิดตัวมาตรการ “บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท เมื่อช่วงกลางเดือนธ.ค.68 เพื่อเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
เซาเทิร์นกรุ๊ป เป็นลูกค้ารายแรกในประเทศไทยที่ได้รับรถขุด Volvo EC360 รุ่นใหม่ล่าสุด - 16/01/2026
บริษัท Volvo Construction Equipment ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอย่าง Chairatchakarn Bangkok (CHAB) ได้ก้าวเข้ามาในตลาดไทยอย่างสำคัญ ด้วยการส่งมอบรถขุด EC360 รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 2 คันแรก
ดัชนีเชื่อมั่นหอฯ ธ.ค.ฟื้นชั่วคราว ศก.ไม่โดดเด่น ภาคธุรกิจรอลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ - 13/01/2026
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในเดือนธ.ค. 68 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 44.2 ซึ่งมุมมองของผู้ประกอบการต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ ยังเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ได้โดดเด่น หรือกระเตื้องขึ้นมากนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการประกาศยุบสภา และการเตรียมการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศในเดือนก.พ. 69 จึงทำให้ผู้ประกอบการยังรอดูความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล และแนวนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนงบประมาณใหม่ที่จะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลอินเดียประมาณการเศรษฐกิจปี 69 ขยายตัว 7.4% แม้เผชิญการค้าไม่แน่นอน - 12/01/2026
รัฐบาลอินเดียเปิดเผยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีนี้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัว 7.4% ซึ่งสูงกว่าระดับ 6.5% ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งการประมาณการดังกล่าวบ่งชี้ว่าอินเดียยังคงรั้งสถานะประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวรวดเร็วที่สุดในโลก แม้เผชิญกับแรงกดดันทางการค้ากับสหรัฐฯ ก็ตาม
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 136 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2703 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.