Black Ribbon
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
  13/03/2026
อะไรคือทิศทางต่อไปของเทคโนโลยี CCUS ในปี 2026

ขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) กำลังได้รับการมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก และอุตสาหกรรมหนัก

ปี 2026 มีแนวโน้มจะเป็นปีสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน CCUS จากระยะโครงการนำร่องและสาธิต ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่เปลี่ยนแปลง การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เติบโตมากขึ้น

โดยรวมแล้ว กำลังการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ทั่วโลกยังคงมีขนาดค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่กำลังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างชัดเจน ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ณ ต้นปี 2025 กำลังการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ดำเนินการอยู่ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านตันต่อปี (Mtpa) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า


เมื่อพิจารณาภาพรวมของกิจกรรมโครงการ จะพบว่ามีโครงการจำนวนหลายร้อยโครงการในห่วงโซ่มูลค่า CCUS ซึ่งสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น รายงานต่าง ๆ ระบุว่ามีโครงการ CCUS มากกว่า 600 โครงการในหลายระยะของการพัฒนา โดยกิจกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบรายปี พร้อมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าแตะระดับประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ ปี 2024)

แม้จะมีการเติบโตดังกล่าว CCUS ก็ยังห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าทุกโครงการที่ประกาศไว้จะดำเนินการตามแผน ภายในปี 2030 กำลังการดักจับคาร์บอนอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 430 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อปี ซึ่งยังต่ำกว่าระดับประมาณ 1 กิกะตัน (Gt) ต่อปี ที่จำเป็นภายใต้เส้นทางสู่ Net Zero สำหรับภาคพลังงานโลกภายในช่วงกลางศตวรรษ

กำลังการดักจับส่วนใหญ่ในปัจจุบันและที่วางแผนไว้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่เอเชีย โดยเฉพาะจีนและตะวันออกกลาง กำลังมีสัดส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น


อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนโมเมนตัมของ CCUS ในปี 2026
นโยบายและกฎระเบียบ

นโยบายสาธารณะถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการพัฒนา CCUS ในหลายตลาดสำคัญ มาตรการต่าง ๆ เช่น เครดิตภาษี (ตัวอย่างเช่น มาตรการจูงใจ 45Q ของสหรัฐ) มอบผลตอบแทนจำนวนมากต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกดักจับและกักเก็บหรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ โดยมีการเพิ่มแรงจูงใจเป็นพิเศษสำหรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น การดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง (Direct Air Capture: DAC)

มาตรการจูงใจเชิงนโยบายดังกล่าวถูกประเมินว่ามีมูลค่าการสนับสนุนรวมมากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านการวิจัย การสาธิต และการนำ CCUS ไปใช้งานจริง

ในยุโรป กรอบกฎระเบียบ เช่น กลยุทธ์การจัดการคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป (EU Industrial Carbon Management Strategy) และโครงการอุตสาหกรรมสะอาดที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสอดคล้องของโครงสร้างตลาดคาร์บอนไดออกไซด์และเอื้ออำนวยต่อการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนข้ามพรมแดน

เงินทุนและการลงทุน

การลงทุนใน CCUS เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเงินทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่โครงการใหม่และการพัฒนาเทคโนโลยี

ตัวอย่างเช่น โครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของเยอรมนีมูลค่า 6 พันล้านยูโร (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์) สำหรับการลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี CCS จะเริ่มเปิดตัวกลไกสนับสนุนแบบแข่งขันได้ในช่วงกลางปี 2026 ส่งผลให้เงินทุนภาครัฐสำหรับการนำ CCUS ไปใช้งานเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน ความสนใจจากภาคเอกชนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน บริษัทพลังงานรายใหญ่กำลังเข้าสู่การเจรจาเพื่อดึงดูดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในสินทรัพย์ CCUS ตัวอย่างเช่น การหารือของบริษัท Eni เพื่อขายสัดส่วนธุรกิจ CCUS ของบริษัท

สัญญาณตลาดและการดำเนินการของภาคธุรกิจ

นอกเหนือจากเงินสนับสนุนจากภาครัฐแล้ว ความมุ่งมั่นของบริษัทต่าง ๆ ในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการผลิตคาร์บอนต่ำ กำลังกดดันให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมพิจารณา CCUS เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลดคาร์บอน

แม้ว่าการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนจะยังเป็นส่วนที่กำลังพัฒนาในระบบ CCUS แต่ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากคาร์บอนไดออกไซด์เช่น เชื้อเพลิง สารเคมี และวัสดุก่อสร้าง กำลังเริ่มเติบโต และเปิดโอกาสให้คาร์บอนที่ดักจับได้เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีสำคัญที่ต้องจับตา

ในปี 2026 แกนหลักของการนำ CCUS ไปใช้งานจะยังคงเป็นเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนจากแหล่งกำเนิดโดยตรง (point-source capture) ที่ใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ การกลั่น และการผลิตพลังงาน ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนที่จะถูกปล่อยสู่บรรยากาศ ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีการกำจัดคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ

ระบบการดักจับที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีการดูดซับทางเคมีหลังการเผาไหม้ (post-combustion chemical absorption) โดยใช้ตัวทำละลายประเภทเอมีน เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์เชิงพาณิชย์แล้ว และยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการปรับปรุงโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม แม้ว่าจะใช้พลังงานสูงและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 นักพัฒนาเทคโนโลยีกำลังมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาตัวทำละลายขั้นสูงที่ต้องใช้พลังงานในการฟื้นฟูน้อยลง การบูรณาการกระบวนการเพื่อลดภาระพลังงานของระบบ หน่วยดักจับแบบโมดูลาร์เพื่อลดระยะเวลาก่อสร้างและต้นทุนลงทุนเริ่มต้น การปรับปรุงดังกล่าวคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนการดักจับคาร์บอน ซึ่งในปัจจุบันมีช่วงต้นทุนที่แตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมและความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์

เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนก่อนการเผาไหม้ (pre-combustion capture) ถูกนำมาใช้แล้วในกระบวนการผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียในภาคอุตสาหกรรม และถือเป็นวิธีสำคัญในการลดการปล่อย CO2 จากกระบวนการที่ใช้ก๊าซสังเคราะห์ (syngas)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงงานผลิตแอมโมเนียและไฮโดรเจนจำเป็นต้องกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ ออกจากกระแสก๊าซในกระบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนก่อนการเผาไหม้ในบริบทของการลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรม

โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บ

เมื่อกำลังการดักจับคาร์บอนเพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุด ทั้งในฐานะตัวขับเคลื่อนและข้อจำกัดของการขยาย CCUS ในปี 2026

เครือข่ายท่อส่งยังคงเป็นวิธีการขนส่งหลักสำหรับโครงการ CCUS บนบกที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ทางเรือกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งการเคลื่อนย้าย CO2 ข้ามพรมแดนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศูนย์กักเก็บใต้ทะเลร่วมกัน

การศึกษาทางภูมิศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า 70% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกอยู่ห่างจากแหล่งกักเก็บที่มีศักยภาพไม่เกินประมาณ 60 ไมล์ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมต้นทุนและเร่งการใช้งาน

ในยุโรป โครงการกักเก็บใต้ทะเลใหม่ เช่น โครงการ Greensand ของเดนมาร์ก ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการในปี 2026 เป็นตัวอย่างของการขยายกำลังการกักเก็บที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการใช้งาน CCUS ในวงกว้าง

เส้นทางการใช้ประโยชน์จากคาร์บอน

แม้ว่าการกักเก็บคาร์บอนแบบถาวรในชั้นหินใต้ดินยังคงเป็นปลายทางหลักของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดักจับ การใช้ประโยชน์จากคาร์บอนก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องในฐานะเส้นทางเสริม โดยเฉพาะในกรณีที่สามารถช่วยปรับปรุงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการหรือสนับสนุนห่วงโซ่มูลค่าทางอุตสาหกรรม

ในปี 2026 ความพยายามด้านการใช้ประโยชน์คาร์บอนคาดว่าจะยังคงกระจุกตัวใน เชื้อเพลิงสังเคราะห์และ e-fuels โดยเฉพาะสำหรับภาคการบินและการเดินเรือ การผลิตสารเคมี เช่น เมทานอล และโพลิเมอร์ วัสดุก่อสร้าง ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกทำให้เกิดปฏิกิริยากลายเป็นแร่ในคอนกรีตหรือวัสดุผสม

แม้ว่าตลาดการใช้ประโยชน์คาร์บอนยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยทั้งหมด แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ในระยะสั้น และช่วยลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนในช่วงเริ่มต้นของโครงการ CCUS

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนว่าการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่จำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของสภาพภูมิอากาศได้ จึงทำให้การกักเก็บระยะยาวยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการใช้งาน CCUS

ความท้าทายและความเสี่ยงในปี 2026

ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ในหลายภูมิภาค ต้นทุนการลงทุนและการดำเนินงานที่สูงยังคงเป็นอุปสรรคหลักต่อการขยาย CCUS การประเมินระบุว่าต้นทุนการดักจับคาร์บอนอยู่ในช่วงประมาณ 40–120 ดอลลาร์ หรือมากกว่านั้นต่อ คาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งตัน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและแหล่งกำเนิดในอุตสาหกรรม ซึ่งมักสูงกว่าราคาคาร์บอนในตลาดปัจจุบัน และสร้างแรงกดดันต่อความคุ้มค่าของโครงการหากไม่มีนโยบายสนับสนุนที่เข้มแข็ง

ความไม่แน่นอนด้านนโยบายและกฎระเบียบ

นโยบายและกรอบกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างประเทศต่าง ๆ ทำให้การตัดสินใจลงทุนระยะยาวและการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานมีความซับซ้อน หลายประเทศยังขาดมาตรฐานด้านความรับผิด การติดตามการกักเก็บระยะยาว และกฎระเบียบเกี่ยวกับการขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ข้ามพรมแดน ซึ่งอาจลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้การอนุมัติโครงการล่าช้า

โครงสร้างพื้นฐานและการยอมรับของสาธารณะ

การพัฒนา CCUS ในระดับขนาดใหญ่ไม่เพียงต้องการโรงงานดักจับคาร์บอน แต่ยังต้องการเครือข่ายท่อส่ง ศูนย์กักเก็บ และระบบขนส่งขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนเผชิญกับความท้าทายด้านโลจิสติกส์ การใช้ที่ดิน และการยอมรับของสังคม

ความกังวลของสาธารณะเกี่ยวกับความเสี่ยงของคาร์บอนไดออกไซด์ใต้ดิน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม

การวัด การรายงาน และการตรวจสอบ

ระบบ MRV ที่มีความเข้มแข็งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความน่าเชื่อถือของการบัญชีคาร์บอนและกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม ในหลายภูมิภาค มาตรฐานด้านการวัดและการตรวจสอบคาร์บอนไดออกไซด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือมีความไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการออกเครดิตคาร์บอนและการประเมินประสิทธิภาพโครงการ

เสียงสะท้อนจากอุตสาหกรรม

Carbon Herald พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายรายเพื่อประเมินมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของ CCUS ในปี 2026 รวมถึงโอกาสและความท้าทายหลักที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเผชิญ

Colin Laing หัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้าน CCUS บริษัท Xodus กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นโครงการ CCS ชุดแรกในยุโรปเหนือเสร็จสิ้นการก่อสร้างและเริ่มดำเนินงาน พร้อมกับข้อตกลงที่ลงนามซึ่งจะทำให้คาร์บอนเริ่มถูกขนส่งข้ามพรมแดนยุโรปเพื่อการกักเก็บ

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ตลาดที่มีความคล่องตัวและมีศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การปรับกระบวนการจัดสรร CCS ของเดนมาร์กเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ความทะเยอทะยานไม่สามารถเดินนำหน้าความเป็นจริงด้านกฎระเบียบและโครงการได้ หากต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

เมื่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างเยอรมนี รวมถึงศูนย์กลางในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนอย่างกรีซและอิตาลี เร่งแผนของตน ปริมาณการปล่อยจากภาคอุตสาหกรรมก็เริ่มปรากฏชัดมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถขยายตัวในภูมิภาคเหล่านี้ได้ การรักษาสมดุลระหว่างความกระตือรือร้นต่อ CCS และการวางแผนเชิงปฏิบัติในระดับประเทศและทวีป จะช่วยให้ภาคส่วนนี้เติบโตต่อเนื่องในปี 2026 และหลังจากนั้น

ผู้อำนวยการด้านเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญ CCUS บริษัท Fluor กล่าวว่า ปี 2026 สามารถช่วยให้เกิดก้าวสำคัญสู่การใช้งานในระดับขนาดใหญ่ แต่จะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน คิดว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ CCUS ในรูปแบบต่าง ๆ ยังจำเป็นเพื่อให้การพัฒนาดำเนินต่อไป

ความท้าทายของการใช้งานในระดับขนาดใหญ่คือ ในท้ายที่สุดโครงการต้องสามารถทำกำไรได้ ปัจจุบัน Fluor เพิ่งเสร็จสิ้นการศึกษาวิศวกรรมขั้นต้น (FEED) หรือกำลังอยู่ในขั้นตอน FEED สำหรับโครงการ CCUS หลายโครงการ ซึ่งจำเป็นต้องมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดีเพียงพอเพื่อผ่านการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) แรงจูงใจด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปล่อย CO2 รวมถึงการเติบโตของตลาดการกำจัดคาร์บอน (CDR) สำหรับบางการใช้งาน สามารถช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้

ที่มาของข่าว: ฐานเศรษฐกิจ
DITP เดินหน้าดันเกษตรนวัตกรรม–สินค้าแปรรูปมูลค่าสูง สู่ตลาดโลก
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่ GranMonte Vineyard & Winery และKhao Yai Vanilla ...
  16/06/2026

'วราวุธ' อัดฉีด 2 หมื่นล้านเงินกู้ ฟื้นอุตสาหกรรมไทย ชู 3 มิติเติมทุน SME ดอกเบี้ยต่ำ
    “วราวุธ” อัดฉีด 2 หมื่นล้านเงินกู้ ฟื้นอุตสาหกรรมไทย ชู 3 มิติเติมทุน SME ดอกเบี้ยต่ำ 3% ...
  15/06/2026

Precision Manufacturing: จากความแม่นยำสู่ความสามารถในการแข่งขันของโรงงานยุคใหม่
    Precision Manufacturing: จากความแม่นยำสู่ความสามารถในการแข่งขันของโรงงานยุคใหม่
  15/06/2026

PYLON ส่งสัญญาณ Q2 แนวโน้มดี เผยย้ายเครื่องจักรเริ่มงานโครงการใหญ่ Q1/69 ท็อปฟอร์ม กำไรพุ่งกว่า 324.5% ทุบสถิตินิวไฮรอบ 6 ปี ตอกย้ำผู้นำงานฐานราก
    PYLON ส่งสัญญาณ Q2 แนวโน้มดี เผยย้ายเครื่องจักรเริ่มงานโครงการใหญ่ Q1/69 ท็อปฟอร์ม กำไรพุ่งกว่า ...
  14/06/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
ส.อ.ท. เดินหน้า Made in Thailand เพิ่มมูลค่า 2 แสนลบ.-อุด Missing Link ยกระดับอุตสาหกรรมไทย - 13/06/2026
ส.อ.ท. เดินหน้า Made in Thailand เพิ่มมูลค่า 2 แสนลบ.-อุด Missing Link ยกระดับอุตสาหกรรมไทย
DA Davidson มองยอดขายเครื่องจักรมีโอกาสเติบโตจากการลดใช้ปุ๋ย - 10/06/2026
DA Davidson มองยอดขายเครื่องจักรมีโอกาสเติบโตจากการลดใช้ปุ๋ย
โอกาสทองนักธุรกิจ! งานเจรจาจับคู่ธุรกิจเครื่องจักรนานาชาติ จีน-ไทย แท็กทีมซัพพลายเออร์ยักษ์ใหญ่แดนมังกร ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไกล - 10/06/2026
โอกาสทองนักธุรกิจ! งานเจรจาจับคู่ธุรกิจเครื่องจักรนานาชาติ จีน-ไทย แท็กทีมซัพพลายเออร์ยักษ์ใหญ่แดนมังกร ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไกล
เวียดนามเผยผลผลิตอุตสาหกรรมม.ค.-พ.ค. โตแรงสุดในรอบ 4 ปี - 10/06/2026
เวียดนามเผยผลผลิตอุตสาหกรรมม.ค.-พ.ค. โตแรงสุดในรอบ 4 ปี
ส.อ.ท.ฉายภาพอุตสาหกรรมไทย Q2/69 ชี้เทรนด์ดิจิทัล-สีเขียวโตเด่น แนะผู้ผลิตเร่งปรับตัว - 09/06/2026
ส.อ.ท.ฉายภาพอุตสาหกรรมไทย Q2/69 ชี้เทรนด์ดิจิทัล-สีเขียวโตเด่น แนะผู้ผลิตเร่งปรับตัว
เกาหลีใต้เผยวิกฤตตะวันออกกลางฉุดผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน - 05/06/2026
เกาหลีใต้เผยวิกฤตตะวันออกกลางฉุดผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
ส.อ.ท. ตั้ง 8 คลัสเตอร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. หนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญ - 05/06/2026
ส.อ.ท. ตั้ง 8 คลัสเตอร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. หนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญ
สศอ. เผย MPI เม.ย.หดตัว 0.36% ผลกดดันจากสงคราม-นทท.ต่างชาติลด-หนี้ครัวเรือนสูง - 01/06/2026
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเม.ย.69 อยู่ที่ระดับ 92.76 หดตัว 0.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) อยู่ที่ 56.41%
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนเม.ย. โต 0.8% ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน - 01/06/2026
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนเม.ย. โต 0.8% ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
จากกรุ๊ปทัวร์จีนสู่การย้ายฐานผลิตปักหมุด ‘ไทย’ บ้านหลังใหม่ทุนจีน - 26/05/2026
ทุนจีนเปลี่ยนบทบาทจากนักท่องเที่ยวสู่การลงทุนระยะยาวในไทย ทั้งการทำธุรกิจ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการย้ายฐานการผลิต สงครามการค้าจีน-สหรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทจีนย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี การลงทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้จำนวนบริษัทจีน และแรงงานชาวจีนในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แซงหน้าญี่ปุ่นในด้านจำนวนใบอนุญาตทำงาน นักลงทุนจีนมองอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนค่าเช่าสูงกว่าในประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเม.ย. 69 ดิ่งต่ำสุดในรอบ 8 เดือน กังวลเศรษฐกิจ-สงคราม - 25/05/2026
หอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย.อยู่ที่ 50.6 ลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบ 8 เดือน คนไทยกังวลเศรษฐกิจ-งาน -รายได้-ค่าครองชีพสูง ระบุเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะ “Sideway Down” เชื่อมาตรการรัฐ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ประคองเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง คาดจีดีพีปี 2569 โตได้ 1.5-2%
บีโอไอชูความสำเร็จ SUBCON Thailand 2026 ยอดจับคู่ธุรกิจกว่า 2.3 หมื่นล้าน หนุนไทยสู่ซัพพลายเชนโลก - 21/05/2026
บีโอไอเผยความสำเร็จการจัดงาน “SUBCON Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤษภาคม 2569 แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีผู้ร่วมงานมากกว่า 50,000 คน ยอดเจรจาธุรกิจกว่า 9,600 คู่ คาดเกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 23,000 ล้านบาท สร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในประเทศ และเสริมแกร่งเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
วว. หนุนผู้ประกอบการไทยใช้ R&D ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ตามประกาศกรมสรรพากร - 18/05/2026
วว. หนุนผู้ประกอบการไทยใช้ R&D ขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ตามประกาศกรมสรรพากร
ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น มี.ค. 2026 พุ่ง 28% ทุบสถิติสูงสุดใหม่ - 16/05/2026
สมาคมเครื่องจักรกลญี่ปุ่น (JMTBA) รายงานยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นจากทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่ารวม 193.47 พันล้านเยน (1,227.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 31.8% จากเดือนกุมภาพันธ์ และเป็นการเติบโตต่อเนื่องรายเดือน (MoM) เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
“เอกนิติ – บีโอไอ” เปิด SUBCON Thailand 2026 ชู 5T ปลุกอุตสาหกรรมไทย ปรับตัวรับโลกใหม่ - 13/05/2026
รองนายกฯ เอกนิติ เปิดงาน “SUBCON Thailand 2026” อย่างยิ่งใหญ่ โดยบีโอไอจับมือสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เสนอหลักคิด 5T ได้แก่ Target, Transition, Transform, Transparency และ Together ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จุดประกายผู้ประกอบการไทย คว้าโอกาสใหม่จากโลกที่เปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก กระจายโอกาสสู่ SMEs ผ่านเวทีจับคู่ธุรกิจ
ยอดสั่งซื้อภาคอุตฯ เยอรมนีเดือนมี.ค.โต 5.0% เอกชนแห่ตุนหนีพิษสงครามอิหร่าน - 08/05/2026
ยอดสั่งซื้อภาคอุตฯ เยอรมนีเดือนมี.ค.โต 5.0% เอกชนแห่ตุนหนีพิษสงครามอิหร่าน
สศอ. เผย MPI มี.ค.69 โต 0.75% อุตฯ ปิโตรเลียม-ยานยนต์หนุน ตั้งรัฐบาลใหม่ราบรื่น - 04/05/2026
สศอ. เผย MPI มี.ค.69 โต 0.75% อุตฯ ปิโตรเลียม-ยานยนต์หนุน ตั้งรัฐบาลใหม่ราบรื่น
"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน - 04/05/2026
"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน
ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% - 28/04/2026
ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน ได้แรงหนุนจากส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ การเร่งส่งออกช่วงภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลาย สินค้าเกษตรและอาหารขายดีขึ้น รวม 3 เดือน 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 17.6% คาด เม.ย.ยังดีต่อ ส่วนเป้าทั้งปี ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ ตั้งแต่บวก 8% 3% และลบ 3%
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนมี.ค.พุ่ง 15.8% แม้สงครามอิหร่านดันต้นทุนวัตถุดิบสูง - 27/04/2026
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนพุ่งขึ้น 15.8% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) ที่ปรับตัวขึ้น 15.2%
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 137 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2739 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.