สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี
  13/03/2026
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เริ่มกระบวนการตรวจสอบ 16 ประเทศคู่ค้ารวมถึงไทยภายใต้มาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974 การตรวจสอบนี้มุ่งเป้าที่ “การกระทำ นโยบายและแนวทางปฏิบัติ” ที่ก่อให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิตที่สหรัฐมองเป็นอุปสรรคต่อการดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐและกระทบการจ้างงานของแรงงานสหรัฐ

สำหรับ 16 ประเทศ ประกอบด้วย สหภาพยุโรป (EU) จีน เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา บังกลาเทศ นอร์เวย์ สิงคโปร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตราดังกล่าว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานพิเศษติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหา โดยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบรายเซ็กเตอร์ รวมถึงแนวทางชี้แจงเพื่อไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่ม

การตรวจสอบของสหรัฐอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้าหากพบว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ

‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี
สำหรับเหตุผลที่สหรัฐใช้ประกอบการพิจารณา 3 ประเด็น คือ 

1.ไทยเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 51,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ไทยเกินดุล 46,000 ล้านดอลลาร์ 

2.ภาคการผลิตของไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19

3.อุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายพิจารณา ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ไทยไม่ถูกกล่าวหาแทรกแซงค่าเงิน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เห็นว่าไทยแตกต่างจากบางประเทศที่ถูกตรวจสอบ เนื่องจากไม่ถูกระบุว่ามีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า เหมือนกรณีสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์และเวียดนาม รวมทั้งไม่มีมาตรการอุดหนุนการส่งออกในรูปเงินสดโดยตรงเหมือนบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ

รวมทั้ง ภายใต้กระบวนการตามมาตรา 301 หากสหรัฐพิจารณาว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่าย “ไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ” (Unreasonable or Discriminatory) โดย USTR มีอำนาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากร หรือมาตรการจำกัดการนำเข้าอื่นเพื่อชดเชยความเสียหายต่อสหรัฐ

นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังเข้าร่วมกระบวนการชี้แจง โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เม.ย.2569 รวมถึงยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะที่จะจัดขึ้นวันที่ 5 พ.ค.2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ก่อนเปิดโอกาสให้ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา

“มาตรา 301 ไม่มีเพดานการเก็บภาษี แต่ที่ผ่านมาสหรัฐเคยใช้มาตรา 301 กับจีน โดยเก็บภาษีในอัตรา 100 % แต่ไม่หนักใจในเรื่องประเด็นสมเหตุสมผลเพราะมีจุดชี้แจงได้ แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีใช้แหล่งกำเนิดสินค้า“ นางศุภจี กล่าว

“เอกนิติ”แจงเหตุผลไทยได้ดุล

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม เนื่องจากไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ถูกจัดให้อยู่บัญชีรายชื่อที่สหรัฐต้องจับตาเป็นพิเศษ

นายเอกนิติ กล่าวว่า นับตั้งแต่การหารือรอบที่ผ่านมารัฐบาลเตรียมกลยุทธ์การอธิบายโครงสร้างและสาเหตุที่แท้จริงของการเกินดุลการค้าไว้ชัดเจน โดยส่วนหนึ่งเกิดจากเงินลงทุนของบริษัทสัญชาติสหรัฐที่มาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกกลับไปสหรัฐ

“มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดเพื่อเป็นข้อชี้แจงให้สหรัฐเห็นภาพโครงสร้างต้นตอของตัวเลขการเกินดุลการค้าที่แท้จริง”

ปูทาง“ทรัมป์”ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศเริ่มการไต่สวนเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่นว่า ตามข้อกล่าวผลิตสินค้าล้นเกิน โดยการสอบสวนใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้ประธานาธิบดีกำหนดภาษีนำเข้าจากประเทศที่ถูกพิจารณาว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมได้โดยลำพัง

“ในมุมมองของเราคู่ค้าหลักเหล่านี้ได้พัฒนาขีดความสามารถในการผลิตที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับแรงจูงใจกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและทั่วโลก” กรีเออร์กล่าว

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการเปิดฉากความพยายามของรัฐบาลอย่างเป็นทางการในการนำกำแพงภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือน ก.พ.2569 สกัดภาษีที่ทรัมป์เก็บจากทั่วโลก โดยภาษีเป็นกลไกสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจทรัมป์และได้ใช้ความสามารถในการบังคับใช้ภาษีเพียงฝ่ายเดียว เป็นอำนาจต่อรอง

การค้าโลกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

แม้ทรัมป์และทีมงานอ้างว่าต้องการความต่อเนื่องในนโยบายการค้า แต่การเร่งรีบแก้เกมความพ่ายแพ้ในศาลของรัฐบาลทำให้การค้าโลกตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง การเปิดสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่ยังเสี่ยงจุดชนวนความตึงเครียดกับรัฐบาลปักกิ่งก่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้ระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

การเล่นงานเม็กซิโกอาจทำให้การเจรจาข้อตกลงการค้าสหรัฐ เม็กซิโก แคนาดา รอบใหม่ที่ยากอยู่แล้วยากขึ้นไปอีก ข้อตกลงฉบับนี้ทรัมป์เป็นผู้ลงนามตอนเป็นประธานาธิบดีวาระแรกส่วนแคนาดาไม่โดนในรอบนี้

ตามเอกสารรัฐบาลกลาง สำนักงานยูเอสทีอาร์กล่าวหาคู่ค้าแต่ละรายผลิตสินค้าล้นเกิน จีนยังคงได้เปรียบดุลการค้าในหลายภาคส่วน ส่วนอียูโดยเฉพาะเยอรมนีและไอร์แลนด์ ได้เปรียบในภาคเคมีภัณฑ์ เครื่องกล และยานยนต์ ไต้หวันในด้านชิปเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

“มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการได้เปรียบดุลการค้าของจีนมาจากขีดความสามารถในการผลิตล้นเกินมากขึ้นทุกขณะและการผลิตในหลายภาคส่วน”

ภาคอุตสาหกรรมที่ “ประสบปัญหาจากกำลังการผลิตและปริมาณการผลิตที่มากเกินไป” ได้แก่ อลูมิเนียม รถยนต์ แบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร กระดาษ พลาสติก หุ่นยนต์ ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เรือ แผงโซลาร์เซลล์ และเหล็กกล้า

“ในหลายภาคส่วนเหล่านี้ สหรัฐสูญเสียกำลังการผลิตภายในประเทศไปอย่างมาก หรือล้าหลังคู่แข่งจากต่างประเทศอย่างน่าเป็นห่วง” ยูเอสทีอาร์ระบุ ทั้งยังอ้างถึงบริษัทต่างชาติที่รุกขยายกิจการไปต่างประเทศ เช่น บีวายดี ผู้ผลิตรถยนต์จีนด้วย

USTR เปิดเวทีรับฟังข้อมูลคู่ค้า

กรีเออร์ส่งสัญญาณว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาเบามือ โดย USTR วางแผนรับฟังข้อมูลสาธารณะราววันที่ 5 พ.ค.2569 หลังจากเปิดให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบสวนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอมาตรการแก้ไข รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีได้

ด้านรัฐบาลทรัมป์ มีแผนเปิดสอบสวนแยกกันกับยูเอสทีอาร์ เกี่ยวกับการห้ามนำเข้าสินค้าผลิตจากแรงงานบังคับครอบคลุมอย่างน้อย 60 ประเทศ การสอบสวนทำได้เร็วสุดในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.)

กรีเออร์คาดว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามมาอีก โดยไม่ได้ระบุว่าอุตสาหกรรมหรือประเทศใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ แต่บอกเป็นนัยว่าอาจเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับภาษีบริการดิจิทัล การกำหนดราคายา และข้อกังวลอื่นๆ

"นโยบายยังเหมือนเดิม เครื่องมืออาจเปลี่ยนไปบ้าง ขึ้นอยู่กับความผันผวนของศาลและปัจจัยอื่นๆ แต่นโยบายโดยรวมยังคงเหมือนเดิม” กรีเออร์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ หลังจากผู้พิพากษาตัดสินว่าภาษีของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายอื่นประกาศภาษี 10% ทันทีเป็นเวลา 150 วัน พร้อมส่งสัญญาณเล็งเก็บภาษีอีก เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 ต่อมาเขากล่าวว่าจะขึ้นภาษีพื้นฐานเป็น 15% ชั่วคราว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ขึ้นจริง

สหรัฐกำหนดเส้นตายเร่งไต่สวนให้จบ

กรีเออร์พยายามสรุปการสอบสวนนี้ให้ได้ก่อนภาษีตามมาตรา 122 หมดอายุ ซึ่งจะเปิดช่องให้ใช้ภาษีใหม่มาแทนได้

ทรัมป์นั้นโอดครวญว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ยืดหยุ่นเหมือนกับกฎหมายฉุกเฉินที่เขาเคยใช้ ทั้งที่หลายคนมองว่า มาตรา 301 และมาตรา 232 ถูกต้องมากกว่า ซึ่งทรัมป์เองก็ใช้เก็บภาษีรถยนต์ เหล็ก และสินค้านำเข้าบางชนิดจากจีนและบราซิลไปแล้ว

ในแถลงการณ์วันที่ 20 ก.พ. กรีเออร์กล่าวว่า รัฐบาลคาดหวังว่าการสอบสวนครั้งใหม่จะครอบคลุมคู่ค้าสำคัญส่วนใหญ่ ส่วนประเด็นอื่นที่สหรัฐอาจตรวจสอบ เช่นการเลือกปฏิบัติกับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐภาษีและกฎระเบียบด้านดิจิทัล และแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและข้าว

ล่าสุดในวันพุธ กรีเออร์กล่าวถึงแถลงการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง และว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม

“ผมคิดว่าจะมีการสอบสวนจำนวนหนึ่ง ไม่อยากบอกว่าจำนวนเท่าใดกันแน่ เพราะต้องตัดสินใจกันว่าจะสอบสวนเมื่อใด แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไข” กรีเออร์กล่าว

เดือนก่อนกรีเออร์กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าสอบบราซิลและจีนตามมาตรา 301 ต่อไป รวมทั้ง “คง” ระดับภาษีปัจจุบันตามมาตรา 232 และ “สรุปการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่”

คาดว่าหลังจากการประกาศสอบสวนในวันพุธแล้วรัฐบาลสหรัฐจะเปิดสอบทำนองนี้อีก เพื่อพยายามนำภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าฝ่ายบริหารจะนำมาตรการภาษีใหม่มาใช้ในลักษณะใดเพื่อปรับโครงสร้างระบบภาษีเดิม

ทรัมป์โอ้อวดเสมอเกี่ยวกับเงินที่ได้จากมาตรการภาษีนำเข้า และการสูญเสียรายได้ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ทำเนียบขาวกังวลเป็นอย่างมาก รัฐบาลพยายามที่จะชะลอขั้นตอนการคืนเงินภาษีให้ผู้นำเข้า แต่ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางเพิ่งปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลที่ต้องการระงับการดำเนินการดังกล่าวเป็นเวลานานถึง 4 เดือน

ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจ
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
    CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
  13/03/2026

ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
    ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
  10/03/2026

บีโอไอผนึกหอการค้า รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย
    บีโอไอจับมือหอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ...
  05/03/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย - 03/03/2026
บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่
ญี่ปุ่นเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 2.2% เดือนม.ค. หลังผลิตรถยนต์โตแกร่ง - 02/03/2026
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5% - 27/02/2026
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5%
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน - 23/02/2026
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน
คูโบต้า จับมือพันธมิตร เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” เปลี่ยนทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ - 20/02/2026
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรมการข้าว เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำพาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India - 20/02/2026
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ - 19/02/2026
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ
SME ไทยยังอ่วม! ดัชนีธุรกิจ-ความสามารถแข่งขันต่ำเกณฑ์ ปัญหาหลักเข้าไม่ถึงแหล่งทุน - 13/02/2026
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นการสำรวจจากผู้ประกอบการ 655 ตัวอย่างทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค.68 พบว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 47.8
จีนชะลอตัว ญี่ปุ่นจะเดินอย่างไร? ธุรกิจญี่ปุ่นในจีนเผชิญแรงกดดัน ปี 2569 ยังเปราะบาง - 11/02/2026
เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจีนเร่งขยายบทบาทในตลาด ด้วยจุดแข็งด้าน “ราคาที่แข่งขันได้” และ “ศักยภาพทางเทคโนโลยี” ส่งผลให้ผู้เล่นจากญี่ปุ่นถูกเบียดออกจากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก. - 10/02/2026
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก.
ส่องทิศทางอุตสาหกรรม ปี 69 ยังสาหัส! 15 กลุ่มรุ่ง-10 กลุ่มร่วง แนวโน้มหดตัวเกือบทุกภูมิภาค - 03/02/2026
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ เผยผลสำรวจสถานการณ์ และแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของประธานกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงประธานสภาอุตสาหกรรมภาคจาก 5 ภูมิภาค ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.68 เพื่อประเมินทิศทาง แนวโน้ม และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า โดยพบว่า 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนอีก 15 กลุ่มอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม มีแนวโน้มหดตัวลดลงจากปีก่อน
ออมสิน จับมือสมาคมเครื่องจักรกลไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นลงทุน เร่งใช้จ่ายห่วงโซ่อุปทาน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ - 03/02/2026
ออมสิน จับมือสมาคมเครื่องจักรกลไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ กระตุ้นลงทุน เร่งใช้จ่ายห่วงโซ่อุปทาน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
จีนจวก EU ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเป็นซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง ชี้เป็นการทำลายการค้า - 23/01/2026
กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงในวันนี้ (22 ม.ค.) ว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อกรณีที่สหภาพยุโรป (EU) จะขึ้นบัญชีบริษัทจีนบางแห่งในฐานะ “ซัพพลายเออร์ความเสี่ยงสูง” (high-risk suppliers)
ปัญหาชายแดน-ยุบสภา-บาทแข็ง กดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค.68 ลงมาอยู่ 88.2 - 22/01/2026
ปัญหาชายแดน-ยุบสภา-บาทแข็ง กดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค.68 ลงมาอยู่ 88.2
GDP เยอรมนีปี 68 ขยายตัว 0.2% ตามคาด กลับมาโตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 65 - 20/01/2026
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยวันนี้ (15 ม.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีขยายตัวตามคาดที่ 0.2% ในปี 2568 หลังจากหดตัวติดต่อกันสองปี ส่วนในไตรมาสที่ 4/2568 เศรษฐกิจก็ขยายตัวในอัตราเดียวกัน
Kubota เปิดตัวรถแทรกเตอร์ “Transformer” รุ่น KVPR ที่สามารถเปลี่ยนความสูงและความกว้างได้ - 19/01/2026
Kubota เปิดตัวรถแทรกเตอร์ “Transformer” รุ่น KVPR ที่สามารถเปลี่ยนความสูงและความกว้างได้
ปลุก ศก.ฐานราก! บสย. ดันยอดค้ำประกัน "Quick Big Win" เดือนแรกทะลุ 5,000 ลบ. - 16/01/2026
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากการหดตัวต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบถึง 13 ไตรมาสติดต่อกัน เป็นที่มาของการเปิดตัวมาตรการ “บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท เมื่อช่วงกลางเดือนธ.ค.68 เพื่อเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
เซาเทิร์นกรุ๊ป เป็นลูกค้ารายแรกในประเทศไทยที่ได้รับรถขุด Volvo EC360 รุ่นใหม่ล่าสุด - 16/01/2026
บริษัท Volvo Construction Equipment ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอย่าง Chairatchakarn Bangkok (CHAB) ได้ก้าวเข้ามาในตลาดไทยอย่างสำคัญ ด้วยการส่งมอบรถขุด EC360 รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 2 คันแรก
ดัชนีเชื่อมั่นหอฯ ธ.ค.ฟื้นชั่วคราว ศก.ไม่โดดเด่น ภาคธุรกิจรอลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ - 13/01/2026
นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ในเดือนธ.ค. 68 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 44.2 ซึ่งมุมมองของผู้ประกอบการต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ ยังเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ได้โดดเด่น หรือกระเตื้องขึ้นมากนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการประกาศยุบสภา และการเตรียมการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศในเดือนก.พ. 69 จึงทำให้ผู้ประกอบการยังรอดูความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล และแนวนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนงบประมาณใหม่ที่จะนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลอินเดียประมาณการเศรษฐกิจปี 69 ขยายตัว 7.4% แม้เผชิญการค้าไม่แน่นอน - 12/01/2026
รัฐบาลอินเดียเปิดเผยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีนี้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัว 7.4% ซึ่งสูงกว่าระดับ 6.5% ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งการประมาณการดังกล่าวบ่งชี้ว่าอินเดียยังคงรั้งสถานะประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวรวดเร็วที่สุดในโลก แม้เผชิญกับแรงกดดันทางการค้ากับสหรัฐฯ ก็ตาม
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 136 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2703 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.