ผู้ประกอบการ

จุรินทร์’ ประกาศ ไทยยื่นสัตยาบัน RCEP แล้ว ตั้งเป้าต้นมกราคม 65 มีผลบังคับใช้ ลุยการค้า-การส่งออก ตลาดใหญ่ของโลก
  01/11/2021 09:00

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมแถลงข่าว เรื่อง RCEP หลังจากที่สมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) 15 ประเทศได้ร่วมลงนาม

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการให้สัตยาบัน RCEP โดยกติกาข้อตกลง RCEP ซึ่งมีสมาชิกปัจจุบัน  15 ประเทศ ประกอบด้วย อาเซียน 10 ประเทศ กับอีก 5 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งได้มีการเจรจาและเป็นที่ยุติ เมื่อปี 2562 ขณะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันเสร็จสิ้นแล้วในเวลานั้น แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากมีเงื่อนไขที่กำหนดไว้ คือ สมาชิกอาเซียนจำนวนอย่างน้อย 6 ประเทศ และประเทศนอกสมาชิกอาเซียนอย่างน้อย 3 ประเทศ จะต้องร่วมให้สัตยาบัน ซึ่งขณะนี้สมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย สิงคโปร์ บรูไนฯ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ได้ยื่นสัตยาบันแล้ว รวมทั้งไทยก็ได้ยื่นให้สัตยาบันต่อสำนักเลขาธิการอาเซียนแล้ว เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ส่วนประเทศนอกสมาชิกอาเซียน มีจีนกับญี่ปุ่นยื่นสัตยาบันแล้ว หากมีอีก 1 ประเทศ ก็ถือว่าครบตามเงื่อนไข ซึ่งคาดว่าต้นปีหรือเดือนมกราคม 2565 ความตกลง RCEP จะมีผลบังคับใช้ในประเทศสมาชิก 15 ประเทศต่อไป ซึ่งจะทำให้ RCEP กลายเป็น FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรรวมกันถึง 2,300 ล้านคน คิดเป็น 30% ของประชากรโลก และทำให้กลุ่มประเทศ RCEP มีจีดีพี 33.6% ของจีดีพีโลก หรือ 1 ใน 3 ของจีดีพีโลก มูลค่าการค้าประมาณ 30% ของมูลค่าการค้าโลก ถ้ามีผลบังคับใช้ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทย

“ยกตัวอย่าง เช่น ประเด็นที่ 1 การส่งออกสินค้าอย่างน้อย 39,366 รายการ จะลดภาษีนำเข้าเหลือศูนย์ จำนวน 29,891 รายการ ทันทีที่บังคับใช้ ประเด็นที่ 2 ตลาด RCEP จะเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทยหลายรายการ เช่น ผลไม้สดและแปรรูป สินค้าประมง ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์และส่วนประกอบ พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เป็นต้น ประเด็นที่ 3 ไทยจะได้รับการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะการส่งออกเมื่อสินค้าไปเข้าสู่ด่าน และหากเป็นสินค้าเน่าเสีย ผู้ค้าจะต้องปล่อยสินค้าภายในเวลา 6 ชั่วโมง จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกผลไม้ ผักและสินค้าเน่าเสียหลายรายการของไทย รวมทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ หรือระบบออนไลน์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการการค้าออนไลน์มีตลาดกว้างขึ้น มีกฎเกณฑ์กติกาชัดเจน และผู้บริโภคของไทยก็จะได้รับความคุ้มครองมากขึ้น จากการนำเข้าสินค้าผ่านระบบออนไลน์ จากประเทศสมาชิก RCEP ประเด็นที่ 4 ไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่มีผู้เข้ามาลงทุน โดยไทยสามารถส่งออกสินค้าบริการไปยังสมาชิกได้มากขึ้น ภาคบริการที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ธุรกิจการก่อสร้าง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพแข่งขันได้ดีมาก การค้าปลีก โดยไปเปิดห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมทั้งการให้บริการด้านสุขภาพ ภาพยนตร์ และผลิตภัณฑ์ด้านบันเทิงแอนนิเมชั่น เป็นต้น และประเด็นที่ 5 ไทยจะมีทางเลือกในการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนจากประเทศสมาชิกที่มีความหลากหลายขึ้น” นายจุรินทร์กล่าว

สำหรับการค้าระหว่างไทยกับ RCEP มีมูลค่าการค้ารวม 2.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.87 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57.5 ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไป RCEP มูลค่า 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.83 ล้านล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 53.3 ของการส่งออกไทยไปโลก และไทยนำเข้าจาก RCEP มูลค่า 1.29 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.04 ล้านล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 62.1 ของการนำเข้าไทยจากโลก ทั้งนี้ RCEP เป็นความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรรวมกัน 2,300 ล้านคน (30.2% ของประชากรโลก) มี GDP รวม 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (33.6% ของ GDP โลก) มีมูลค่าการค้ารวม 10.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (30.3% ของมูลค่าการค้าของโลก)

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะได้รับจากความตกลง RCEP ที่เป็นรูปธรรม คือ สมาชิก RCEP จะยกเลิกภาษีนำเข้าที่เก็บกับสินค้าไทย 39,366 รายการ โดยลดภาษีเหลือ 0% ทันที 29,891 รายการ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย ผลไม้สดและแปรรูป สินค้าประมง น้ำผลไม้ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า ปรับพิธีการศุลกากรให้รวดเร็ว มีการคุ้มครองและอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมการลงทุนและธุรกิจบริการไทย - ก่อสร้าง ค้าปลีก สุขภาพ ภายนตร์และบันเทิง และการขยายห่วงโซ่การผลิต อีกทั้งยังเพิ่มทางเลือกในการใช้วัตถุดิบจาก 15 ประเทศ RCEP มาผลิตและส่งออกไปตลาด RCEP โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการใช้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการบริหารจัดการ 

รายงานจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า สำหรับการให้บริการข้อมูลข่าวสารของความตกลง RCEP รวมถึง FTA อื่นๆ ที่ไทยเป็นภาคีและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจสามารถสอบถามและสืบค้นข้อมูลได้ที่ ศูนย์บริการ “RCEP Center” ของกระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2507 7555 หรือเว็บไซต์ www.dtn.go.th

-------------------------------------

กระทรวงพาณิชย์

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

1 พฤศจิกายน 2564

 

 


ที่มาของข่าว: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
การค้าไทย-จีน +32% จุรินทร์ รับไมตรีทูตจีน พร้อมประสานดัน เปิด 2 ด่านด้านยูนนาน เพื่อส่งออกสินค้าไทย ติดตามการซื้อ ข้าว-ไก่ รังนก-ผลไม้ คลี่คลายอุปสรรค ดันส่งเสริมการค้าระหว่างกัน
    เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ...
  01/11/2021 09:30

‘อาเซียน’ ผนึกคู่เจรจาเร่งฟื้นเศรษฐกิจจากโควิด ผลักดัน ‘RCEP’ บังคับใช้ต้นปีหน้า พร้อมอัพเกรด FTA ให้ทันสมัย
    ‘อาเซียน’ ผนึกคู่เจรจาเอฟทีเอ ย้ำความร่วมมือด้านสาธารณสุข แก้ปัญหาโควิด-19 เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ...
  01/11/2021 09:00

‘พาณิชย์’ เผยผลการศึกษา FTA อาเซียน-แคนาดา พร้อมเสนอ ครม. ประกอบการตัดสินใจเปิดเจรจา
    กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผลศึกษาการจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา บนเว็บไซต์ www.dtn.go.th ...
  26/10/2021 09:00


ข่าว FTAอื่นๆ
‘อาเซียน’ เผยผลสำเร็จด้านเศรษฐกิจ พร้อมเห็นชอบร่างแถลงการณ์ยกระดับอาเซียนสู่ดิจิทัล เตรียมชงผู้นำเคาะในที่ประชุมซัมมิทปลายเดือนนี้ - 25/10/2021 09:00
‘สินิตย์’ นำทัพลงใต้ หนุนเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา-น้ำมันมะพร้าวสุราษฎร์ธานี ดันใช้ประโยชน์ FTA ขยายส่งออกฝ่าวิกฤตโควิด - 21/10/2021 09:00
ERIA ตั้งวงถกฟื้นฟูเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออก - 20/10/2021 09:00
‘กรมเจรจาฯ’ ปลื้ม! กาแฟไทยเนื้อหอม ผู้นำเข้ารุมจีบจับคู่ธุรกิจในงาน THAIFEX 2021 ดันใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายส่งออก - 19/10/2021 09:00
‘อาเซียน’ นัดถกความคืบหน้าด้านเศรษฐกิจ เร่งยกระดับอาเซียนสู่ยุคดิจิทัล เตรียมชงผู้นำเคาะประเด็นสำคัญปลายเดือนนี้ - 14/10/2021 09:00
‘อียู’ ขยายเวลาเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมายปรับคาร์บอน - 11/10/2021 07:30
‘สินิตย์’ สั่งติวเข้มแผนธุรกิจ ดันผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป ใช้ประโยชน์ FTA บุกแพลตฟอร์มแดนมังกร - 06/10/2021 09:00
อาเซียน-ออสซี่-กีวี่ เร่งยกระดับ FTA ให้จบปี 65 จับมืออินเดียลุยเปิดเสรีสินค้าเพิ่ม - 04/10/2021 09:00
อาเซียนถกฟื้นเจรจา FTA กับอียู เดินหน้าร่วมมือเศรษฐกิจกับยูเค 11 เรื่อง - 30/09/2021 09:00
‘กรมเจรจาฯ’ เผยผลศึกษา FTA ไทย - EFTA ชี้! ช่วยเศรษฐกิจขยายตัว สินค้า-บริการไทยได้ประโยชน์เพิ่ม - 29/09/2021 09:00
อาเซียน-เกาหลีใต้ เดินหน้าอัพเกรด FTA เล็งลดภาษีเพิ่ม ปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัยขึ้น - 27/09/2021 09:00
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-สหรัฐฯ เคาะแผนความร่วมมือการค้าการลงทุนฉบับใหม่ - 24/09/2021 08:00
‘พาณิชย์’ เตรียมหารือสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย เร่งหาแนวทางขยายความร่วมมือทางการค้า - 23/09/2021 09:00
‘พาณิชย์’ ร่วมเวทีรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 ชื่นมื่น สองฝ่ายย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นครบรอบ 30 ปี ยืนยันขยายความร่วมมือต่อเนื่อง - 22/09/2021 09:00
‘พาณิชย์’ ประสานเสียงเอกชน ชี้! สินค้าเด่นชายแดนใต้ มีโอกาสเจาะตลาดมาเลเซีย-อาเซียนสูง แนะใช้ FTA สร้างแต้มต่อส่งออกเพิ่ม - 18/09/2021 08:30
รัฐมนตรีการค้า 18 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจภูมิภาค รับมือวิกฤตโควิค-19 - 17/09/2021 10:00
รัฐมนตรีการค้า 18 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจภูมิภาค รับมือวิกฤตโควิค-19 - 17/09/2021 09:00
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนถกทางไกล ผนึกกำลังฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 เพิ่มบัญชีสินค้าจำเป็นห้ามจำกัดส่งออก พร้อมไฟเขียวเอกสารสำคัญ - 13/09/2021 08:00
‘กรมเจรจาฯ’ เสริมแกร่งผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับ แนะปรับกลยุทธ์-ขยายเครือข่าย-ใช้นวัตกรรม หนุนเจาะตลาดคู่ค้าด้วย FTA - 10/09/2021 09:00
FTA กู้วิกฤตดันส่งออกสินค้าเกษตร 7 เดือนปี 64 ทะลุ 1 หมื่นล้าน! - 09/09/2021 09:00
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 10 หน้า: จำนวนทั้งหมด 195 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.