ยอดสั่งซื้อรวมยังสูงกว่า 120 พันล้านเยนเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน และอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เริ่มจัดเก็บสถิติ สะท้อนว่าความต้องการลงทุนในเครื่องจักรกลของภาคอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง
ยอดสั่งซื้อในประเทศโต 50.2%
ยอดสั่งซื้อภายในประเทศเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 53.24 พันล้านเยน ลดลง 8.2% จากเดือนมิถุนายน แต่เพิ่มขึ้น 50.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แยกตามอุตสาหกรรมหลัก (เทียบเดือนก่อนหน้า)
อุตสาหกรรมยานยนต์ ลดลง 39.3%
อุตสาหกรรมเครื่องจักร ลดลง 0.3%
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพรีซิชัน ลดลง 15.5%
อุตสาหกรรมอากาศยาน เรือ และอุปกรณ์ขนส่ง เพิ่มขึ้น 15.7%
อ่านเพิ่มเติม: Precision Manufacturing: กุญแจสู่ความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่
ต่างประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศอยู่ที่ 139.85 พันล้านเยน ลดลง 3.8% จากเดือนมิถุนายน แต่เพิ่มขึ้น 50.5% จากเดือนกรกฎาคม 2568 และเป็นการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 22 โดยยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เริ่มจัดเก็บสถิติ
แยกตามภูมิภาค
เอเชีย มียอดสั่งซื้อ 74.68 พันล้านเยน? (486.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 8.3% จากเดือนก่อน แต่เพิ่มขึ้นถึง 57.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ยุโรป มียอดสั่งซื้อ 23.13 พันล้านเยน (150.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 9.5% จากเดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้น 40.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อเมริกาเหนือ มียอดสั่งซื้อ 40.44 พันล้านเยน (263.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 51.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
AI และ Robotics หนุนการลงทุนเครื่องจักร
JMTBA ระบุว่า ความต้องการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยตลาดในประเทศยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ขณะที่ความต้องการจากต่างประเทศมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Robotics
ปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยลดความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ แม้ภาคอุตสาหกรรมยังต้องจับตาความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ภาพรวมยอดสั่งซื้อช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 1.248 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดสั่งซื้อในประเทศอยู่ที่ 326.13 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 26.5% ขณะที่ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศอยู่ที่ 922.10 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 42.3% สะท้อนบทบาทของตลาดต่างประเทศที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของคำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น
(1 JPY = 0.0065 USD)