กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เดินหน้า 3 โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SMEs ในปีงบประมาณ 2569 ภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าครอบคลุมผู้ประกอบการ 400 กิจการ และผู้เข้าร่วม 1,000 คน มุ่งเสริมทักษะด้านการเงิน เพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และเตรียมความพร้อมขยายตลาด โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 209.56 ล้านบาท หรือ 10.48 เท่าของงบประมาณ
9 กันยายน 2569 — ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า แผนงานดังกล่าวจัดทำขึ้นจากผลสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งพบว่า SMEs ต้องการพัฒนาด้านการตลาดมากที่สุด คิดเป็น 33.33% รองลงมา ได้แก่ ด้านการเงิน 23.28% เทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรม 18.52% มาตรฐาน 17.46% โลจิสติกส์ 5.82% และสิ่งแวดล้อม 1.59%
ก.อุตฯ เดินหน้า 3 โครงการพัฒนา SMEs งบ 20 ล้านบาท
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐจึงกำหนด 3 โครงการหลัก เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการตั้งแต่การเสริมความรู้ด้านการเงิน การเพิ่มผลิตภาพ ไปจนถึงการเตรียมพร้อมขยายตลาดและยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานสากล
1. Financial Shield เสริมทักษะการเงินและการจัดการหนี้
โครงการเสริมแกร่งธุรกิจ การเงินดีมีทุนหนุนเติบโต (Financial Shield) ใช้งบประมาณ 5.86 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน ตั้งเป้าหมาย 100 กิจการ และ 400 คน ครอบคลุม SMEs ทุกขนาด ทั้ง Micro, Small และ Medium
โครงการมุ่งสร้างพื้นฐานความรู้ด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อหรืออยู่ระหว่างเตรียมยื่นกู้ ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงลึก ทั้งการวินิจฉัยสถานะทางการเงินและแก้ไขปัญหาหนี้เบื้องต้น การอบรม In-house Training ด้านการเงิน รวมถึงคลินิกออนไลน์เพื่อเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอสินเชื่อ
ตั้งเป้าให้ 80% ของกิจการที่ได้รับคำปรึกษามีความสามารถในการชำระหนี้ดีขึ้นเฉลี่ย 10% และ 10% สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ขณะที่ 80% ของผู้เข้าร่วมมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 48 ล้านบาท หรือ 8.19 เท่าของงบประมาณ
2. Productivity Accelerator เพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนด้วยเทคโนโลยี
โครงการพัฒนาประสิทธิภาพธุรกิจเพิ่มผลผลิตพิชิตต้นทุน (Productivity Accelerator) ใช้งบประมาณ 8.8 ล้านบาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งเป้า 200 กิจการ และ 400 คน สำหรับ SMEs ทุกขนาดที่ได้รับสินเชื่อไม่น้อยกว่า 50% หรือผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มผลิตภาพธุรกิจ
กิจกรรมประกอบด้วยการวินิจฉัยปัญหาธุรกิจ การให้คำปรึกษาด้านการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอบรม In-house Training เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริง
ตั้งเป้า 80% ของกิจการที่เข้าร่วมโครงการมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% และ 80% ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 92.32 ล้านบาท หรือ 10.49 เท่าของงบประมาณ
3. Global & Future Readiness เตรียม SMEs ขยายตลาดและยกระดับมาตรฐาน
โครงการเตรียมพร้อมธุรกิจ ขยายโอกาสยกระดับสู่อนาคต (Global & Future Readiness) ใช้งบประมาณ 5.34 ล้านบาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งเป้า 100 กิจการ และ 200 คน มุ่งเน้นอุตสาหกรรมศักยภาพขนาด Small และ Medium ที่ได้รับสินเชื่อไม่น้อยกว่า 50% หรือมีเป้าหมายขยายตลาดและยกระดับสู่มาตรฐานสากล
ผู้ประกอบการจะได้รับการอบรม Onsite ในหัวข้อการวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กฎระเบียบการส่งออก และ ESG พร้อมคัดเลือกสถานประกอบการเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก รวมถึงการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
โครงการตั้งเป้าให้ 80% ของกิจการมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% และ 60% ของกิจการมีความพร้อมในการขยายตลาดใหม่ ขอรับรองมาตรฐาน หรือมีแนวปฏิบัติด้าน ESG ขณะที่ 80% ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 69.24 ล้านบาท หรือ 12.97 เท่าของงบประมาณ
กองทุน SME เดินหน้าสินเชื่อ เสริมสภาพคล่องธุรกิจ
นอกจากการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแล้ว กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐยังเดินหน้าสนับสนุนเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่
โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 มีคำขอสินเชื่อ 60.55 ล้านบาท จาก 5 กิจการ ผ่านการตรวจเอกสาร 2,774.81 ล้านบาท จาก 244 กิจการ ผ่านการวิเคราะห์สินเชื่อ 174.60 ล้านบาท จาก 14 กิจการ และอนุมัติสินเชื่อแล้ว 142.154 ล้านบาท จาก 13 กิจการ
โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 มีคำขอสินเชื่อ 17 ล้านบาท จาก 5 กิจการ ผ่านการตรวจเอกสาร 468.05 ล้านบาท จาก 150 กิจการ ผ่านการวิเคราะห์สินเชื่อ 20 ล้านบาท จาก 8 กิจการ และอนุมัติสินเชื่อแล้ว 4.70 ล้านบาท จาก 4 กิจการ
โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP) มีผู้ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,031 ราย วงเงินรวม 1,492.61 ล้านบาท ทำสัญญาแล้ว 1,027 ราย วงเงิน 1,489.65 ล้านบาท และเบิกจ่ายแล้ว 1,016 ราย วงเงินรวม 1,473.19 ล้านบาท
ดร.ณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวข้ามความท้าทาย ทั้งด้านการเงิน ผลิตภาพ เทคโนโลยี การตลาด และมาตรฐาน พร้อมยืนยันว่าภาครัฐจะเดินหน้าสนับสนุนและอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง