Black Ribbon
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

ผู้ผลิต Cutting Tools เร่งปรับ Supply Chain หลังราคา Tungsten พุ่งจากมาตรการจีน
19/07/2026
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลทั่วโลกกำลังฟื้นตัวจากการลงทุนด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยคาดการณ์ คำสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นปี 2569 จ่อแตะ 2 ล้านล้านเยน

ญี่ปุ่น 10 มิถุนายน 2569  —  การปรับเข้มมาตรการควบคุมการส่งออกทังสเตนของจีนกำลังสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเครื่องมือตัดทั่วโลก หลังราคาทังสเตน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตคาร์ไบด์ (Cemented Carbide) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องเร่งปรับราคาสินค้า ปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ และลงทุนในระบบรีไซเคิลวัตถุดิบเพื่อลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน 

Tungsten กลายเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรม
ทังสเตนเป็นโลหะสำคัญสำหรับการผลิต Cemented Carbide ซึ่งใช้ผลิตเครื่องมือตัด ดอกสว่าน เอ็นมิล อินเสิร์ต และเครื่องมือสำหรับงานตัดเฉือนโลหะที่ต้องการความแข็งและทนการสึกหรอสูง

ปัจจุบัน จีนมีสัดส่วนการผลิตทังสเตนประมาณ 80% ของโลก ทำให้มาตรการควบคุมการส่งออกส่งผลโดยตรงต่ออุปทานทั่วโลก

ราคาของ Ammonium Paratungstate (APT) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตคาร์ไบด์ ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2568 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตเครื่องมือตัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ผลิตทยอยขึ้นราคาและปรับพอร์ตสินค้า
แรงกดดันด้านต้นทุนเริ่มสะท้อนผ่านผู้ผลิตหลายรายในญี่ปุ่น

DIJET Industrial ประกาศยุติการผลิตแท่งคาร์ไบด์ (Cemented Carbide Round Bars) และแผ่นคาร์ไบด์บางประเภท หลังสายการผลิตเดิมมีอายุการใช้งานสูงและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนใหม่ภายใต้ต้นทุนทังสเตนที่เพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมปรับราคาสินค้ากลุ่ม Cutting Tools สูงสุดถึง 60% สำหรับคำสั่งซื้อใหม่ แม้ว่าจะยอมรับว่าการปรับราคาดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนทั้งหมด

ด้าน NISSIN Tool ซึ่งชะลอการปรับราคามาระยะหนึ่ง เตรียมปรับราคาสินค้าเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 4 ปี หลังสต็อกวัตถุดิบที่จัดซื้อไว้ในช่วงราคาต่ำเริ่มหมดลง

ผู้ผลิตมองหาวัสดุทางเลือกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Tungsten
นอกจากการขึ้นราคา ผู้ผลิตยังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทังสเตนน้อยลง

KYOCERA ยืนยันว่าจะยังคงสายการผลิตเดิมไว้ทั้งหมด พร้อมเสนอเครื่องมือรุ่นใหม่ที่ลดปริมาณการใช้ทังสเตน เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุนให้กับลูกค้า

ด้าน ISCAR Japan ระบุว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบด้านการจัดหาวัตถุดิบในระยะสั้น และยังสามารถส่งมอบทั้งผลิตภัณฑ์มาตรฐานและแบบสั่งผลิตได้ตามปกติ แม้ว่าจะมีการปรับราคาสินค้าบางรายการ

ขณะที่ DIJET Industrial เดินหน้าส่งเสริมการใช้ Indexable Cutting Tools ซึ่งสามารถเปลี่ยนเฉพาะเม็ดมีด (Insert) แทนการเปลี่ยนทั้งเครื่องมือ ช่วยลดต้นทุนการใช้งานและใช้วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความร่วมมือกับ FUJI DIE เพื่อพัฒนาโลหะผสมที่ใช้ทังสเตนน้อยลง และขยายทางเลือกให้กับตลาดในอนาคต



รีไซเคิลกลายเป็นหัวใจของ Supply Chain
ท่ามกลางความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ ผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นเริ่มเร่งลงทุนด้านการรีไซเคิลคาร์ไบด์อย่างจริงจัง

ทั้ง Mitsubishi Materials, Sumitomo Electric Industries และ KYOCERA ต่างเพิ่มกำลังการรีไซเคิลเศษคาร์ไบด์ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

ขณะเดียวกัน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) เดินหน้าสนับสนุนการสร้างห่วงโซ่อุปทานสำหรับแร่สำคัญ ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนและเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมายด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

สมาคมผู้ผลิตเครื่องจักรกลของญี่ปุ่น (JMTBA) ยังได้ปรับปรุงแนวทางการรีไซเคิล เพื่อป้องกันการส่งออกเศษคาร์ไบด์ออกนอกประเทศ หลังมีความต้องการซื้อเศษโลหะจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมเครื่องมือตัดเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหาร Supply Chain
นักวิเคราะห์มองว่า วิกฤตราคาทังสเตนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า "วัตถุดิบสำคัญ" ได้กลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมการผลิต

ผู้ผลิตเครื่องมือตัดไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์อีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันด้านความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบ การรีไซเคิล การพัฒนาวัสดุใหม่ และการบริหารซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการของตลาดโลกในระยะยาว
ที่มาของข่าว: MReport

ข่าวอื่นๆ

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.