สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี
  13/03/2026
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เริ่มกระบวนการตรวจสอบ 16 ประเทศคู่ค้ารวมถึงไทยภายใต้มาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974 การตรวจสอบนี้มุ่งเป้าที่ “การกระทำ นโยบายและแนวทางปฏิบัติ” ที่ก่อให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิตที่สหรัฐมองเป็นอุปสรรคต่อการดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐและกระทบการจ้างงานของแรงงานสหรัฐ

สำหรับ 16 ประเทศ ประกอบด้วย สหภาพยุโรป (EU) จีน เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา บังกลาเทศ นอร์เวย์ สิงคโปร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตราดังกล่าว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานพิเศษติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหา โดยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบรายเซ็กเตอร์ รวมถึงแนวทางชี้แจงเพื่อไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่ม

การตรวจสอบของสหรัฐอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้าหากพบว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ

‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี
สำหรับเหตุผลที่สหรัฐใช้ประกอบการพิจารณา 3 ประเด็น คือ 

1.ไทยเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 51,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ไทยเกินดุล 46,000 ล้านดอลลาร์ 

2.ภาคการผลิตของไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19

3.อุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายพิจารณา ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ไทยไม่ถูกกล่าวหาแทรกแซงค่าเงิน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เห็นว่าไทยแตกต่างจากบางประเทศที่ถูกตรวจสอบ เนื่องจากไม่ถูกระบุว่ามีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า เหมือนกรณีสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์และเวียดนาม รวมทั้งไม่มีมาตรการอุดหนุนการส่งออกในรูปเงินสดโดยตรงเหมือนบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ

รวมทั้ง ภายใต้กระบวนการตามมาตรา 301 หากสหรัฐพิจารณาว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่าย “ไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ” (Unreasonable or Discriminatory) โดย USTR มีอำนาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากร หรือมาตรการจำกัดการนำเข้าอื่นเพื่อชดเชยความเสียหายต่อสหรัฐ

นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังเข้าร่วมกระบวนการชี้แจง โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เม.ย.2569 รวมถึงยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะที่จะจัดขึ้นวันที่ 5 พ.ค.2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ก่อนเปิดโอกาสให้ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา

“มาตรา 301 ไม่มีเพดานการเก็บภาษี แต่ที่ผ่านมาสหรัฐเคยใช้มาตรา 301 กับจีน โดยเก็บภาษีในอัตรา 100 % แต่ไม่หนักใจในเรื่องประเด็นสมเหตุสมผลเพราะมีจุดชี้แจงได้ แต่ต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีใช้แหล่งกำเนิดสินค้า“ นางศุภจี กล่าว

“เอกนิติ”แจงเหตุผลไทยได้ดุล

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม เนื่องจากไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ถูกจัดให้อยู่บัญชีรายชื่อที่สหรัฐต้องจับตาเป็นพิเศษ

นายเอกนิติ กล่าวว่า นับตั้งแต่การหารือรอบที่ผ่านมารัฐบาลเตรียมกลยุทธ์การอธิบายโครงสร้างและสาเหตุที่แท้จริงของการเกินดุลการค้าไว้ชัดเจน โดยส่วนหนึ่งเกิดจากเงินลงทุนของบริษัทสัญชาติสหรัฐที่มาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกกลับไปสหรัฐ

“มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดเพื่อเป็นข้อชี้แจงให้สหรัฐเห็นภาพโครงสร้างต้นตอของตัวเลขการเกินดุลการค้าที่แท้จริง”

ปูทาง“ทรัมป์”ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศเริ่มการไต่สวนเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่นว่า ตามข้อกล่าวผลิตสินค้าล้นเกิน โดยการสอบสวนใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้ประธานาธิบดีกำหนดภาษีนำเข้าจากประเทศที่ถูกพิจารณาว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมได้โดยลำพัง

“ในมุมมองของเราคู่ค้าหลักเหล่านี้ได้พัฒนาขีดความสามารถในการผลิตที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับแรงจูงใจกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและทั่วโลก” กรีเออร์กล่าว

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการเปิดฉากความพยายามของรัฐบาลอย่างเป็นทางการในการนำกำแพงภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือน ก.พ.2569 สกัดภาษีที่ทรัมป์เก็บจากทั่วโลก โดยภาษีเป็นกลไกสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจทรัมป์และได้ใช้ความสามารถในการบังคับใช้ภาษีเพียงฝ่ายเดียว เป็นอำนาจต่อรอง

การค้าโลกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

แม้ทรัมป์และทีมงานอ้างว่าต้องการความต่อเนื่องในนโยบายการค้า แต่การเร่งรีบแก้เกมความพ่ายแพ้ในศาลของรัฐบาลทำให้การค้าโลกตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง การเปิดสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่ยังเสี่ยงจุดชนวนความตึงเครียดกับรัฐบาลปักกิ่งก่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้ระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

การเล่นงานเม็กซิโกอาจทำให้การเจรจาข้อตกลงการค้าสหรัฐ เม็กซิโก แคนาดา รอบใหม่ที่ยากอยู่แล้วยากขึ้นไปอีก ข้อตกลงฉบับนี้ทรัมป์เป็นผู้ลงนามตอนเป็นประธานาธิบดีวาระแรกส่วนแคนาดาไม่โดนในรอบนี้

ตามเอกสารรัฐบาลกลาง สำนักงานยูเอสทีอาร์กล่าวหาคู่ค้าแต่ละรายผลิตสินค้าล้นเกิน จีนยังคงได้เปรียบดุลการค้าในหลายภาคส่วน ส่วนอียูโดยเฉพาะเยอรมนีและไอร์แลนด์ ได้เปรียบในภาคเคมีภัณฑ์ เครื่องกล และยานยนต์ ไต้หวันในด้านชิปเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

“มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการได้เปรียบดุลการค้าของจีนมาจากขีดความสามารถในการผลิตล้นเกินมากขึ้นทุกขณะและการผลิตในหลายภาคส่วน”

ภาคอุตสาหกรรมที่ “ประสบปัญหาจากกำลังการผลิตและปริมาณการผลิตที่มากเกินไป” ได้แก่ อลูมิเนียม รถยนต์ แบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร กระดาษ พลาสติก หุ่นยนต์ ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เรือ แผงโซลาร์เซลล์ และเหล็กกล้า

“ในหลายภาคส่วนเหล่านี้ สหรัฐสูญเสียกำลังการผลิตภายในประเทศไปอย่างมาก หรือล้าหลังคู่แข่งจากต่างประเทศอย่างน่าเป็นห่วง” ยูเอสทีอาร์ระบุ ทั้งยังอ้างถึงบริษัทต่างชาติที่รุกขยายกิจการไปต่างประเทศ เช่น บีวายดี ผู้ผลิตรถยนต์จีนด้วย

USTR เปิดเวทีรับฟังข้อมูลคู่ค้า

กรีเออร์ส่งสัญญาณว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาเบามือ โดย USTR วางแผนรับฟังข้อมูลสาธารณะราววันที่ 5 พ.ค.2569 หลังจากเปิดให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบสวนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอมาตรการแก้ไข รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีได้

ด้านรัฐบาลทรัมป์ มีแผนเปิดสอบสวนแยกกันกับยูเอสทีอาร์ เกี่ยวกับการห้ามนำเข้าสินค้าผลิตจากแรงงานบังคับครอบคลุมอย่างน้อย 60 ประเทศ การสอบสวนทำได้เร็วสุดในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.)

กรีเออร์คาดว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามมาอีก โดยไม่ได้ระบุว่าอุตสาหกรรมหรือประเทศใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ แต่บอกเป็นนัยว่าอาจเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับภาษีบริการดิจิทัล การกำหนดราคายา และข้อกังวลอื่นๆ

"นโยบายยังเหมือนเดิม เครื่องมืออาจเปลี่ยนไปบ้าง ขึ้นอยู่กับความผันผวนของศาลและปัจจัยอื่นๆ แต่นโยบายโดยรวมยังคงเหมือนเดิม” กรีเออร์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้ หลังจากผู้พิพากษาตัดสินว่าภาษีของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายอื่นประกาศภาษี 10% ทันทีเป็นเวลา 150 วัน พร้อมส่งสัญญาณเล็งเก็บภาษีอีก เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 ต่อมาเขากล่าวว่าจะขึ้นภาษีพื้นฐานเป็น 15% ชั่วคราว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ขึ้นจริง

สหรัฐกำหนดเส้นตายเร่งไต่สวนให้จบ

กรีเออร์พยายามสรุปการสอบสวนนี้ให้ได้ก่อนภาษีตามมาตรา 122 หมดอายุ ซึ่งจะเปิดช่องให้ใช้ภาษีใหม่มาแทนได้

ทรัมป์นั้นโอดครวญว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ยืดหยุ่นเหมือนกับกฎหมายฉุกเฉินที่เขาเคยใช้ ทั้งที่หลายคนมองว่า มาตรา 301 และมาตรา 232 ถูกต้องมากกว่า ซึ่งทรัมป์เองก็ใช้เก็บภาษีรถยนต์ เหล็ก และสินค้านำเข้าบางชนิดจากจีนและบราซิลไปแล้ว

ในแถลงการณ์วันที่ 20 ก.พ. กรีเออร์กล่าวว่า รัฐบาลคาดหวังว่าการสอบสวนครั้งใหม่จะครอบคลุมคู่ค้าสำคัญส่วนใหญ่ ส่วนประเด็นอื่นที่สหรัฐอาจตรวจสอบ เช่นการเลือกปฏิบัติกับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐภาษีและกฎระเบียบด้านดิจิทัล และแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและข้าว

ล่าสุดในวันพุธ กรีเออร์กล่าวถึงแถลงการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง และว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม

“ผมคิดว่าจะมีการสอบสวนจำนวนหนึ่ง ไม่อยากบอกว่าจำนวนเท่าใดกันแน่ เพราะต้องตัดสินใจกันว่าจะสอบสวนเมื่อใด แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไข” กรีเออร์กล่าว

เดือนก่อนกรีเออร์กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าสอบบราซิลและจีนตามมาตรา 301 ต่อไป รวมทั้ง “คง” ระดับภาษีปัจจุบันตามมาตรา 232 และ “สรุปการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่”

คาดว่าหลังจากการประกาศสอบสวนในวันพุธแล้วรัฐบาลสหรัฐจะเปิดสอบทำนองนี้อีก เพื่อพยายามนำภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าฝ่ายบริหารจะนำมาตรการภาษีใหม่มาใช้ในลักษณะใดเพื่อปรับโครงสร้างระบบภาษีเดิม

ทรัมป์โอ้อวดเสมอเกี่ยวกับเงินที่ได้จากมาตรการภาษีนำเข้า และการสูญเสียรายได้ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ทำเนียบขาวกังวลเป็นอย่างมาก รัฐบาลพยายามที่จะชะลอขั้นตอนการคืนเงินภาษีให้ผู้นำเข้า แต่ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางเพิ่งปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลที่ต้องการระงับการดำเนินการดังกล่าวเป็นเวลานานถึง 4 เดือน

ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจ
ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7%
    ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน ...
  28/04/2026

ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7%
    ส่งออก มี.ค.69 ทำนิวไฮใหม่ มูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 21 เดือน ...
  28/04/2026

กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนมี.ค.พุ่ง 15.8% แม้สงครามอิหร่านดันต้นทุนวัตถุดิบสูง
    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า ...
  27/04/2026

TMTS 2026 ที่สุดของนวัตกรรมการผลิตด้านโลหการและเครื่องมือกล
    TMTS 2026 ที่สุดของนวัตกรรมการผลิตด้านโลหการและเครื่องมือกล
  24/04/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
SME D Bank รับมอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า "พัฒนาคู่เติมทุน" หนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว - 23/04/2026
SME D Bank รับมอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า "พัฒนาคู่เติมทุน" หนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว
มูดี้ส์ ปรับเพิ่ม Outlook ไทย สะท้อนเสถียรภาพรัฐบาล-พื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง - 22/04/2026
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ “เชิงลบ (Negative Outlook)” เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)” และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ Baa1 โดยการปรับมุมมองในครั้งนี้ สะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
จีนเผยยอดค้าปลีก-ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในเดือนมี.ค. - 15/04/2026
จีนเผยยอดค้าปลีก-ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในเดือนมี.ค.
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน กังวลภาวะสงคราม ดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบค่าครองชีพ - 14/04/2026
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค เดือนมี.ค. 69 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 โดยเป็นการปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 68 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน
กกร. หั่น GDP ปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% พิษสงครามตอ.กลาง ดันราคาพลังงานพุ่ง - 13/04/2026
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือโต 1.2-1.6% จากเดิมคาดโต 1.6-2.0% โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่ดีดตัวสูงขึ้น และทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศต้องปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาด ขณะที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งการบริโภค และความเชื่อมั่นภาคเอกชน การปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายของภาครัฐ อาจจะต้องมีการก่อหนี้เพิ่มเพื่อประคองเศรษฐกิจ ภาคการผลิตที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจาก logistics disruption ตลอดจนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทางราว 1 ล้านคน ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น ก.พ. 2026 โต 24.2% YoY แตะ 1.47 แสนล้านเยน ฟื้นตัวต่อเนื่อง - 10/04/2026
สมาคมเครื่องจักรกลญี่ปุ่น (JMTBA) รายงานยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นจากทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 146,744 ล้านเยน (924.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม และเป็นการกลับมาเติบโตแบบเดือนต่อเดือน (MoM) ครั้งแรกในรอบ 2 เดือน
อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก - 09/04/2026
อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก
รมว.อุตสาหกรรมป้ายแดง มอบนโยบายหนุนพา SME ฝ่าวิกฤตพลังงาน ก่อนเปิดรายละเอียด 20 เม.ย. - 08/04/2026
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก เบื้องต้นได้ให้นโยบายว่า การทำงานในช่วงวิกฤตนี้ต้องทำให้เร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤต ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน - 03/04/2026
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน
ส.อ.ท. เผยดัชนีอุตฯ ก.พ. ขยับขึ้น แต่มี.ค.ส่อทรุดหลังสงครามยืดเยื้อ กาง 3 ฉากทัศน์ปรับขึ้นราคาสินค้า - 20/03/2026
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนก.พ. 69 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.7 ในเดือนม.ค. 69 และสูงสุดในรอบ 11 เดือน
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต - 19/03/2026
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต
ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. - 16/03/2026
ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวหุ้น ข่าวต่างประเทศ ข่าวธุรกิจ ข่าวทั่วไป About ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. ข่าวเศรษฐกิจ March 13, 2026 13:57 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และทำให้มีการปิดช่องแคปฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางที่น้ำมันดิบในตลาดโลกถึง 20% หรือคิดเป็น 20 ล้านบาร์เรล/วัน จะต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ โดยได้จัดทำเป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenario) ตามระยะเวลาของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังนี้
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero - 13/03/2026
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์ - 10/03/2026
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
บีโอไอผนึกหอการค้า รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย - 05/03/2026
บีโอไอจับมือหอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของมาตรการทางการค้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยมุ่งเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยา
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย - 03/03/2026
บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่
ญี่ปุ่นเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 2.2% เดือนม.ค. หลังผลิตรถยนต์โตแกร่ง - 02/03/2026
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5% - 27/02/2026
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5%
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน - 23/02/2026
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน
คูโบต้า จับมือพันธมิตร เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” เปลี่ยนทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ - 20/02/2026
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรมการข้าว เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำพาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 136 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2718 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.