ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น–จีนที่ตึงเครียดมากขึ้นในช่วงปลายปี 2568 หลังคำแถลงของนายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนดูเลือนราง นักวิเคราะห์ประเมินว่าในปี 2569 ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของจีนจะยังคงอ่อนแอ ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการชะลอการลงทุน และการแพร่กระจายของสินค้าจีนราคาต่ำสู่ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
ญี่ปุ่นปรับยุทธศาสตร์หุ่นยนต์ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี หนุน “AI Robotics”
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ เคมีภัณฑ์ และยา กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน และทิศทางการปรับกลยุทธ์ของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดจีนระยะต่อไป
ยานยนต์: ดีมานด์รถใหม่ลดลง เสี่ยงถอนกำลังการผลิต
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นต้องเผชิญแรงกดดันจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของรถพลังงานใหม่ (NEV) และการแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตท้องถิ่น
Honda มีกำลังการผลิตในจีนราว 1.2 ล้านคันต่อปี แต่ยอดขายในปี 2568 อยู่เพียงประมาณ 640,000 คัน สะท้อนถึงปัญหาอุปสงค์ที่หดตัว ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Mark Lines ระบุว่า ยอดขายรถใหม่ของ BYD ในจีนลดลงติดต่อกันถึง 6 เดือนจนถึงเดือนธันวาคม เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ Toyota, Nissan และ Honda ต่างก็มียอดขายรถใหม่ในจีนช่วงปลายปีต่ำกว่าปีก่อน
7 ค่ายรถญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดัน 3 ด้าน ภาษีสหรัฐ–ความเสี่ยงชิป–ตลาดเอเชียชะลอ
มุมมองต่อปี 2569 ยังไม่สดใสนัก มาซาคาซุ มัตสึโมโตะ CEO ของ AESC Japan ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ระบุว่า แม้ตลาด NEV ในจีนยังคงแข็งแกร่ง แต่ “ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคไม่ดี และตลาดรถยนต์โดยรวมไม่น่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า”
แรงกดดันยังลามไปถึงซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ โดยผู้ผลิตรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “การแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตจีนรุนแรงมาก จนบางบริษัทญี่ปุ่นเริ่มพิจารณาถอนตัว” ขณะที่ผู้บริหารอีกแห่งประเมินว่า “อาจเหลือเพียง Toyota ที่ยังพอรับมือได้ ขณะที่ Mitsubishi ถอนตัวไปแล้ว และ Honda กับ Nissan กำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก”
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณตอบโต้จากฝั่งญี่ปุ่น เช่น Nissan ที่เปิดตัวรถ EV รุ่นใหม่ N7 ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากราคาที่แข่งขันได้ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตท้องถิ่น ขณะที่ Honda มุ่งเสริมสมรรถนะระบบช่วยขับขี่ เพื่อสร้างความแตกต่าง ผู้ผลิตญี่ปุ่นจึงต้องเผชิญโจทย์ยากในการเพิ่มขีดความสามารถด้านต้นทุน ควบคู่กับฟังก์ชันและเทคโนโลยี
Nissan N7 รถยนต์ไฟฟ้าซีดานรุ่นใหม่ของนิสสัน ทำยอดขายได้ดีในจีน
เซมิคอนดักเตอร์: EV ถูกแย่งตลาดโดยผู้ผลิตท้องถิ่น
จีนกำลังรุกคืบอย่างจริงจังในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่ม Power และ Analog Semiconductor ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเข้มข้น ผู้ผลิตรถยนต์จีนจำนวนมากเริ่มหันมาใช้ชิปที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นอย่าง ROHM ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า Hangzhou Silan Microelectronics มีศักยภาพสูงในด้าน Intelligent Power Module (IPM) สำหรับระบบอินเวอร์เตอร์ และเริ่มแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้เล่นญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Electric
พาวเวอร์เซมิคอนดักเตอร์จีนเร่งขยายศักยภาพ ฐานการผลิต Hangzhou Silan Microelectronics
เป้าหมายของจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีรุ่นเก่าเท่านั้น โดยใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ซึ่งจะเริ่มในปี 2569 รัฐบาลจีนตั้งเป้าผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและอุปกรณ์การผลิตภายในประเทศ
โรงงานแห่งใหม่ของ YMTC (Yangtze Memory Technologies) ซึ่งผลิต NAND Flash Memory ติดตั้งอุปกรณ์ส่วนใหญ่จากผู้ผลิตในประเทศจีนเอง ยกเว้นบางรายการ เช่น เครื่อง Lithography และ SEMs แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมชี้ว่า “การผลิตในประเทศกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงบางวัสดุเฉพาะทางเท่านั้น”
YMTC จีนมาแรง ยึดตลาด NAND คอนซูเมอร์ หนุนอุตสาหกรรมหน่วยความจำเปลี่ยนทิศ
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจาก Huawei เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มพัฒนาเครื่อง EUV Lithography แล้ว แม้ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ แต่หากสำเร็จ จะเพิ่มความเป็นอิสระให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนอย่างมีนัยสำคัญ
หุ่นยนต์: แข่งขันดุเดือดในตลาดราคาต่ำ–กลาง
จีนเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เนื่องจากความต้องการระบบอัตโนมัติที่สูง ข้อมูลจาก International Federation of Robotics (IFR) ระบุว่า ในปี 2567 มีการติดตั้งหุ่นยนต์ในโรงงานจีนถึง 295,000 ตัว คิดเป็น 54% ของยอดติดตั้งทั่วโลก
แม้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะเป็นจุดแข็งของญี่ปุ่น แต่รัฐบาลจีนยกระดับหุ่นยนต์เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ ส่งผลให้ผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง ESTON และ INOVANCE Technology เติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากบริษัทวิจัย MIR ระบุว่า ผู้ผลิตจีนครองส่วนแบ่งตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมถึง 56.2% ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568
Unitree จากจีนส่งมอบหุ่นยนต์ Humanoid กว่า 5,500 ตัวในปี 2025 แซงคู่แข่งสหรัฐอย่าง Tesla
การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำและกลาง ทำให้บริษัทญี่ปุ่นต้องกลับมาเน้นจุดแข็งของตนเอง เช่น FANUC ที่มุ่งตลาดระดับกลางขึ้นไป และสร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยีควบคุม ระบบดิจิทัล AI และ IoT
เคมีภัณฑ์: Local production for local consumption
อุตสาหกรรมเคมีของญี่ปุ่นในจีนกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง หลายบริษัทเลือกขายกิจการให้กับผู้ผลิตท้องถิ่น เช่น Sumitomo Chemical และ Mitsui Chemicals เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง
ขณะเดียวกัน โอกาสใหม่กำลังเปิดขึ้นในกลุ่ม วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ บริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในจีนสามารถตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็ว Sumitomo Chemical, Mitsui Chemicals และ ADEKA ต่างเร่งขยายธุรกิจในกลุ่มนี้
แนวคิด “ผลิตใกล้จุดใช้งาน” เริ่มชัดเจนขึ้น โดย Asahi Yukizai วางแผนเปิดโรงงานใหม่ในเมืองหนานทง ภายในเดือนมีนาคม 2570 กำลังการผลิตสูงกว่าปัจจุบันถึง 3 เท่า
ภาพจำลองโรงงานใหม่ Asahi Yukizai มีกำหนดแล้วเสร็จ มี.ค. 2570
ยาและชีวเภสัช: จีนยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์
แม้ตลาดยาจีนจะชะลอตัว แต่ด้วยมูลค่ากว่า 166,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 (ข้อมูลจาก IQVIA) ทำให้ยังเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก บริษัทญี่ปุ่นยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ
ผู้บริหาร Eisai, Astellas, Takeda และ Daiichi Sankyo ต่างเน้นการร่วมมือกับบริษัทชีวเภสัชท้องถิ่น และการนำผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาในจีนเข้าสู่พอร์ตระดับโลก
การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนกำลังบีบให้บริษัทญี่ปุ่นต้อง ปรับกลยุทธ์เชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การคัดเลือกตลาด การลดต้นทุน ไปจนถึงการยกระดับเทคโนโลยี ความสามารถในการสร้างคุณค่าเพิ่ม และความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น จะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าบริษัทใดจะยังคงยืนหยัดในตลาดจีนได้ในระยะยาว