สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.)
ผู้ประกอบการ

นทท.จีนวูบ ชั่วคราวหรือถาวร?? KKP แนะรัฐเร่งปรับนโยบาย-แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
  29/05/2025
KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มีมุมมองเรื่องนักท่องเที่ยวจีนหายไป ว่า ถือว่าผิดคาดไปค่อนข้างมากหลังจากเปิดปีใหม่มา ภาคท่องเที่ยวที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจในปีนี้กลับหดหายไปอย่างน่าตกใจ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าแรงส่งคงจะชะลอตัวลงบ้างหลังจากแบกเศรษฐกิจไทยมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตอนปลายปี 67 ยังเป็นเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ฟื้นตัวกลับไปได้เพียง 60-70% ของนักท่องเที่ยวก่อนโควิด-19 ที่จำนวนเฉลี่ยประมาณ 560,000 คนต่อเดือน อย่างไรก็ดี หลังจากตรุษจีนในเดือนม.ค. 68 นักท่องเที่ยวจีนกลับหดตัวรุนแรงเกือบครึ่ง เหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 300,000 คน หรือคิดเป็นเพียง 30% ของช่วงก่อนโควิด-19 เท่านั้น

*ชะลอชั่วคราวหรือถาวร?
คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายสงสัยกัน คือเหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงการชะลอตัวลงชั่วคราวหรือว่าถาวร เป็นปัญหาที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural) ที่ต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหายาวนาน หรือว่าเป็นเพียงปัญหาชั่วครั้งชั่วคราว (Cyclical) ซึ่งจะผ่านไปได้ในที่สุด

KKP Research มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาจากปัจจัยทั้งสองประเภทที่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยมี 3 ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ในช่วงที่ผ่านมามีดังนี้

1. ปัจจัยเชิงโครงสร้าง คือจำนวนนักท่องเที่ยวขาออกของจีน (Chinese outbound tourist) ยังไม่ฟื้นตัวเท่าช่วงก่อนโควิด-19 จากทั้งภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักอีกเครื่องยนต์หนึ่ง โดยนักท่องเที่ยวจีนที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ ฟื้นตัวเพียง 86.5% ของนักท่องเที่ยวปี 62 สวนทางกับนักท่องเที่ยวจีนที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัวถึง 93.6% แล้ว

2. ปัจจัยเชิงโครงสร้างเช่นกัน คือนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวกลับมาเปลี่ยนจากกรุ๊ปทัวร์เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ (Free Individual Traveler: FIT) มากขึ้น โดยในช่วงก่อนโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยเลือกมาในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ค่อนข้างสูงหากเทียบกับภูมิภาคอื่น โดยคิดเป็นเกือบ 40% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระเพียง 60% ขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ จะมีนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์เพียง 10-20% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เลือกมากับกรุ๊ปทัวร์ลดลงเหลือเพียง 20% เท่านั้นในปีที่ผ่านมา (จากการสำรวจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุด)

ดังนั้น เมื่อเทียบการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งสองประเภทแล้ว จะพบว่า นักท่องเที่ยวอิสระในปีที่ผ่านมาฟื้นตัวกลับมาถึง 77.4% ของปี 62 แล้ว หรือคิดเป็นนักท่องเที่ยว 5.3 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ฟื้นตัวมาเพียง 33.4% หรือคิดเป็นเพียง 1.4 ล้านคนเท่านั้น

โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบและพฤติกรรมการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวอิสระมักมีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ ราคาจึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว ทำให้การกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเน้น “ราคา” เป็นหลักอาจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป แต่ปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อาจเป็นตัวชี้ขาดมากกว่าว่านักท่องเที่ยวจีนจะเลือกมาเที่ยวไทยหรือไม่ เช่น ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว ระดับการให้บริการ ความปลอดภัย ฯลฯ

3. อาจเกิดจากทั้งประเด็นเชิงโครงสร้างและชั่วคราว คือในบรรดานักท่องเที่ยวจีนที่ยังออกมาเที่ยวนอกประเทศกลับเลือกเบนเข็มไปเที่ยวประเทศอื่น ๆ มากขึ้น โดยหลังจากนักท่องเที่ยวจีนในเดือนมกราคมแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่จีนกลับมาเปิดประเทศที่จำนวนกว่า 6.6 แสนคนจากเทศกาลตรุษจีน นักท่องเที่ยวจีนกลับลดลงไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงประมาณ 3 แสนคนจนถึงเดือนเม.ย.

ขณะที่หากพิจารณาเที่ยวบินขาออกจากจีน กลับพบว่าได้ทยอยฟื้นตัวตั้งแต่เดือนมี.ค. แล้ว แต่เที่ยวบินขาเข้าไทยกลับยังลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความน่าสใจของประเทศไทยลดลงมากกว่าจะเกิดจากคนจีนเที่ยวต่างประเทศลดลง

ทั้งนี้ แล้วจีนหันไปเที่ยวประเทศใด ข้อมูลเที่ยวบินขาออกและจำนวนนักท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ชี้ไปที่ประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย โดยสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนเลือกมาเที่ยวไทยน้อยลงอาจจะแบ่งเป็น 2 ด้าน

1. การเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวจีนอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่ต้องมีการเตรียมตัววางแผนท่องเที่ยวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวที่อาจทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

2. ประเด็นความปลอดภัยที่รุนแรงขึ้นในสายตานักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขภาพลักษณ์ให้กลับมาดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระที่ให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษกว่ากรุ๊ปทัวร์อยู่แล้ว

โดยจากการสำรวจล่าสุดของ Dragon Trail International พบว่า นักท่องเที่ยวจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มองว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย เพิ่มขึ้นจาก 38% ในช่วงเดือนก.ย. ของปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศอื่น ๆ การรับรู้เรื่องความปลอดภัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทั้งนี้ สะท้อนว่าประเด็นการลักพาตัวดาราชาวจีนใมช่วงต้นปี การปราบปรามธุรกิจสีเทา และเหตุการณ์แผ่นดินไหว ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย

สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แบบสำรวจข้างต้นได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกปลอดภัยในอันดับต้น ๆ และรัฐบาลควรให้น้ำหนักเป็นอย่างแรก คือผลการประเมินความเสี่ยงในการเดินทางของรัฐบาลจีนและการออกมาตรการเพิ่มความปลอดภัยโดยรัฐบาลท้องถิ่น ที่ผู้ตอบแบบสอบถามประมานครึ่งหนึ่งระบุว่าทำให้รู้สึกปลอดภัย

รองลงมาประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ข้อมูลจากครอบครัว เพื่อน หรือนักท่องเที่ยวคนอื่นในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนในทางบวกจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น ขณะที่ประมาณ 1 ใน 5 ระบุว่าการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต่ำแต่แรกหรือการซื้อประกันการเดินทางจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

สุดท้ายปัจจัยที่ไม่ช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น คือ การท่องเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์หรือการมีไกด์ทัวร์ท้องถิ่น รวมไปถึงการรับข้อมูลจากตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว (Travel Agent)

*แนะปรับเกมดึงยุโรป-อินเดีย แทน
นักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันใกล้หรือไม่ และจะมีนักท่องเที่ยวชาติอื่นมาแทนที่นักท่องเที่ยวจีนได้หรือไม่นั้น KKP Research มองว่า ในระยะสั้นคงเป็นไปได้ยากที่นักท่องเที่ยวจีนจะหันกลับมาเที่ยวไทยอย่างในอดีต หากปัญหาเชิงโครงสร้างข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ไม่ถูกแก้ไข ขณะเดียวกันการหวังพึ่งพานักท่องเที่ยวชาติอื่น เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้นทันทีคงเป็นไปได้ยาก ทั้งในแง่จำนวนที่สูงหลายล้านคนและรายได้จากการท่องเที่ยวหลายแสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวอาจมีนักท่องเที่ยวบางประเทศที่มีโอกาสเติบโตขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลงไปได้เพียงบางส่วน โดย KKP Research มองว่านักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชียใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ควรเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ภาคท่องเที่ยวไทยควรให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากความนิยมในการท่องเที่ยวไทยที่มากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียมีการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายปีหลังมานี้

โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชียใต้ฟื้นตัวได้ประมาณ 120% ของช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 และคิดเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวเกือบ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้ง 2 ภูมิภาคถือว่าสามารถชดเชยได้พอสมควร โดยนักท่องเที่ยวยุโรปจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปีถึงต้นปี ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียมีฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงกลางปีมากกว่า โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.-มิ.ย. ที่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยตามปกติ

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การกำหนดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ดังนี้

1. ในมิติของพื้นที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวภาคใต้เป็นหลัก รองลงมาคือภาคตะวันออกอย่างพัทยา และกรุงเทพฯ ส่วนนักท่องเที่ยวอินเดียมีความคล้ายคลึงกับนักท่องเที่ยวจีน คือครึ่งหนึ่งท่องเที่ยวกรุงเทพฯ เป็นหลัก รองลงมาคือภาคตะวันออกและภาคใต้

2. ในมิติของรูปแบบการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียใช้จ่ายกับที่พักและโรงแรมมากกว่านักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน มีการเดินทางภายในประเทศต่ำกว่า สะท้อนว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักจะท่องเที่ยวเพียงไม่กี่สถานที่และให้ความสำคัญกับคุณภาพของที่พักเป็นหลัก โดยนักท่องเที่ยวอินเดียจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ และการชอปปิ้งมากกว่าชาวยุโรป

ดังนั้น นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวอาจต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เหมาะสม รวมไปถึงประเภทของธุรกิจที่ภาครัฐควรส่งเสริมมากขึ้น

ที่มาของข่าว: สำนักข่าวอินโฟเควสท์
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ปรับลงมากสุดในรอบ 6 เดือน กังวลภาวะสงคราม ดันราคาน้ำมันพุ่งกระทบค่าครองชีพ
    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค ...
  14/04/2026

กกร. หั่น GDP ปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% พิษสงครามตอ.กลาง ดันราคาพลังงานพุ่ง
    ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือโต 1.2-1.6% ...
  13/04/2026

ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่น ก.พ. 2026 โต 24.2% YoY แตะ 1.47 แสนล้านเยน ฟื้นตัวต่อเนื่อง
    สมาคมเครื่องจักรกลญี่ปุ่น (JMTBA) รายงานยอดสั่งซื้อเครื่องจักรกลญี่ปุ่นจากทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ ...
  10/04/2026

อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก
    อุตสาหกรรมเยอรมนีโตแผ่ว ยอดสั่งซื้อก.พ. ขยับ 0.9% ต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศร่วงหนัก
  09/04/2026


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
รมว.อุตสาหกรรมป้ายแดง มอบนโยบายหนุนพา SME ฝ่าวิกฤตพลังงาน ก่อนเปิดรายละเอียด 20 เม.ย. - 08/04/2026
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก เบื้องต้นได้ให้นโยบายว่า การทำงานในช่วงวิกฤตนี้ต้องทำให้เร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤต ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน - 03/04/2026
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน
ส.อ.ท. เผยดัชนีอุตฯ ก.พ. ขยับขึ้น แต่มี.ค.ส่อทรุดหลังสงครามยืดเยื้อ กาง 3 ฉากทัศน์ปรับขึ้นราคาสินค้า - 20/03/2026
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนก.พ. 69 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.7 ในเดือนม.ค. 69 และสูงสุดในรอบ 11 เดือน
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต - 19/03/2026
เริ่มแล้ว! "งานเกษตรวลัยลักษณ์ 2569" ชูแนวคิด AgriNext ดึงนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต
ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. - 16/03/2026
ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวหุ้น ข่าวต่างประเทศ ข่าวธุรกิจ ข่าวทั่วไป About ม.หอการค้าฯ เปิด 3 Scenario ผลกระทบสงครามตอ.กลาง เลวร้ายสุดกด GDP ดิ่ง 2.3% เสียหาย 4 แสนลบ. ข่าวเศรษฐกิจ March 13, 2026 13:57 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และทำให้มีการปิดช่องแคปฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางที่น้ำมันดิบในตลาดโลกถึง 20% หรือคิดเป็น 20 ล้านบาร์เรล/วัน จะต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ โดยได้จัดทำเป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenario) ตามระยะเวลาของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังนี้
‘สหรัฐ’ล็อคเป้าไต่สวน 3 สินค้าไทย ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เสี่ยงถูกขึ้นภาษี - 13/03/2026
3 สินค้าไทยระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง” ถูกสหรัฐไต่สวนไทยตามมาตรา 301 ปมกำลังผลิตส่วนเกิน ได้ดุลการค้าสหรัฐพุ่ง ปูทางให้ทรัมป์ขึ้นภาษี ดันสงครามการค้าตึงเครียดเพิ่มขึ้น “ศุภจี” ตั้งทีมเฉพาะกิจติดตาม “เอกนิติ” มั่นใจแจงเหตุผลได้ ชี้ไทยได้ดุลมาจากสหรัฐใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งกลับ
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero - 13/03/2026
CCUS ปี 2026 จุดเปลี่ยนเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสู่ Net Zero
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์ - 10/03/2026
ยอดสั่งซื้ออุตสาหกรรมเยอรมนีเดือนม.ค. ดิ่ง 11.1% ฉุดผลผลิตหดตัวสวนทางคาดการณ์
บีโอไอผนึกหอการค้า รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย - 05/03/2026
บีโอไอจับมือหอการค้าไทย ผลักดัน 5 วาระสำคัญ เดินหน้ายกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของมาตรการทางการค้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยมุ่งเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยา
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย - 03/03/2026
บีโอไอจับมือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รับฟังข้อเสนอภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนากลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย เน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการ Made in Thailand (MiT) เพื่อเพิ่มสัดส่วน Local Content ในโครงการลงทุน การส่งเสริมกลไกร่วมทุนและจับคู่ธุรกิจ และการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะสงครามและโลกการค้ายุคใหม่
ญี่ปุ่นเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 2.2% เดือนม.ค. หลังผลิตรถยนต์โตแกร่ง - 02/03/2026
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยวันนี้ (27 ก.พ.) ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5% - 27/02/2026
ดัชนี MPI เดือนแรกปีนี้โต 1.46%YoY รับอุตฯ รถยนต์-ส่งออกโตต่อเนื่อง เลือกตั้งหนุน คาดทั้งปีขยายตัว 1.5-2.5%
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน - 23/02/2026
เข้าร่วมกิจกรรม “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน
คูโบต้า จับมือพันธมิตร เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” เปลี่ยนทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ - 20/02/2026
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรมการข้าว เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำพาชาวนาไทยเปลี่ยนระบบทำนา จากนาหว่านสู่นาดำด้วยวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India - 20/02/2026
Yanmar เข้าซื้อกิจการ Claas India
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ - 19/02/2026
ยอดซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นพุ่งทำนิวไฮเดือนธ.ค. คาดแนวโน้มแกร่งรับนโยบายลงทุนของรัฐ
SME ไทยยังอ่วม! ดัชนีธุรกิจ-ความสามารถแข่งขันต่ำเกณฑ์ ปัญหาหลักเข้าไม่ถึงแหล่งทุน - 13/02/2026
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นการสำรวจจากผู้ประกอบการ 655 ตัวอย่างทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค.68 พบว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 47.8
จีนชะลอตัว ญี่ปุ่นจะเดินอย่างไร? ธุรกิจญี่ปุ่นในจีนเผชิญแรงกดดัน ปี 2569 ยังเปราะบาง - 11/02/2026
เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในจีนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจีนเร่งขยายบทบาทในตลาด ด้วยจุดแข็งด้าน “ราคาที่แข่งขันได้” และ “ศักยภาพทางเทคโนโลยี” ส่งผลให้ผู้เล่นจากญี่ปุ่นถูกเบียดออกจากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก. - 10/02/2026
เลือกตั้ง’69: ส.อ.ท.จี้รัฐบาลใหม่ เร่งแก้ “ปัญหาปากท้อง” แนะดึงมืออาชีพคุมทีมศก.
ส่องทิศทางอุตสาหกรรม ปี 69 ยังสาหัส! 15 กลุ่มรุ่ง-10 กลุ่มร่วง แนวโน้มหดตัวเกือบทุกภูมิภาค - 03/02/2026
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ เผยผลสำรวจสถานการณ์ และแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของประธานกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงประธานสภาอุตสาหกรรมภาคจาก 5 ภูมิภาค ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.68 เพื่อประเมินทิศทาง แนวโน้ม และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า โดยพบว่า 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนอีก 15 กลุ่มอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม มีแนวโน้มหดตัวลดลงจากปีก่อน
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 136 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2711 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.