ผู้ประกอบการ

กกร. มองเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โอกาสส่งออกไทยโต
  04/08/2022
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนสิงหาคม 2565 โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมในการประชุม ประกอบด้วย

1. เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนขึ้น เห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2 โดยเศรษฐกิจของสหรัฐฯหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และจีนขยายตัวต่ำกว่าประมาณการค่อนข้างมาก ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงสู่ 3.2% ในเดือน ก.ค. จาก 3.6% ในเดือน เม.ย. จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจนกระทบครัวเรือนและภาคธุรกิจ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของธนาคารกลาง และผลข้างเคียงต่อห่วงโซ่อุปทานจากมาตรการ Zero COVID ที่เข้มงวดของจีน เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงจะส่งผลต่อการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. ชี้ให้เห็นว่า การส่งออกไปประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มแผ่วลงบ้างแล้ว

2. เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5.6% ซึ่งสูงกว่าภาวะปกติที่ 1-3% มาก และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งการปรับขึ้นราคาสินค้าที่เริ่มกระจายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น นอกจากนั้นหากมีการปรับขึ้นค่าไฟในงวด ก.ย.-ธ.ค. ก็จะเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นได้อีก ซึ่งเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะกระทบอำนาจซื้อภาคครัวเรือนและต้นทุนของภาคธุรกิจ

3. การท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐเป็นแรงส่งเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวชัดเจนขึ้น โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหลังยกเลิกมาตรการ Thailand Pass คาดว่ามีโอกาสแตะระดับ 7-8 ล้านคน ประกอบกับยังมีแรงหนุนกำลังซื้อจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งระยะที่ 5 ที่คาดว่าจะกระตุ้นการใช้จ่ายได้ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท หรือราว 0.2% ของ GDP ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศและภาวะเงินเฟ้อที่กระทบอำนาจซื้อ 

4. ที่ประชุม กกร. ประเมินเศรษฐกิจไทยยังโตได้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยที่ประชุม กกร. คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2565 ซึ่งจะขยายตัวได้ในกรอบ 2.75% ถึง 3.5% ขณะที่มูลค่าการส่งออกคาดว่ายังขยายตัวได้ในกรอบ 6.0% ถึง 8.0% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในกรอบ 5.5% ถึง 7.0% 

โดยกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2565 ของ กกร. โดย GDP เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 2.5-4.0 เดือน ก.ค. อยู่ที่ 2.75-3.5 และเดือน ส.ค. อยู่ที่ 2.75-3.5, ส่งออกเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 3.0-5.0 เดือน ก.ค. อยู่ที่ 5.0-7.0 และเดือน ส.ค. อยู่ที่ 6.0-8.0 ส่วนเงินเฟ้อ เดือนมิ.ย. อยู่ที่ 3.5-5.5 เดือนก.ค. อยู่ที่ 5.0-7.0 และเดือนส.ค. อยู่ที่ 5.5-7.0
สำหรับประเด็นสำคัญที่หารือในการประชุมกกร. ประกอบด้วย
1.  ด้านการขับเคลื่อนประเทศ ในที่ประชุมกกร.วันนี้ได้รับเกียรติจากหม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้แทนการค้าไทย มาให้ข้อมูลทิศทางการขับเคลื่อนการฟื้นตัวประเทศ เพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน คือ Better and Green Thailand 2030 ที่ประกอบ ด้วย 5 มาตรการหลัก 

-  ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV โดยมีเป้าหมายสร้าง GDP 2.1 แสนล้านบาท 
-  Smart Electronics โดยมีเป้าหมายสร้าง GDP 5 แสนล้านบาท
-  ดึงดูดชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพสูงด้วยให้วีซ่าระยะยาว 10 ปี (LTR) โดยมีเป้าหมายสร้าง GDP 1 ล้านล้านบาท
-   อุตสาหกรรม Digital (Data Center and Cloud Service) โดยมีเป้าหมายสร้าง GDP 1 แสนล้านบาท
-  Soft Power  โดยมีเป้าหมายสร้าง GDP 3 หมื่นล้านบาท

ซี่งมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ เช่น การเปิดใช้วีซ่าระยะยาว 10 ปี (LTR) และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ หากสามารถผลักดันให้สำเร็จ จะเป็นผลดีกับประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งช่วยสร้าง GDP ได้ถึง 1.7 ล้านล้านล้านบาท และการลงทุนที่จะเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 6.25 แสนตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 13% ภายในปี 2030สอดคล้องกับที่ประชุมกกร. ที่มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นในการช่วยขับเคลื่อนประเทศในอนาคตเช่นเดียวกัน จึงเห็นด้วยและพร้อมให้การสนับสนุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้จุดแข็งของประเทศไทยในเรื่องของพลังงานสะอาดในการดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่มีกำลังซื้อคุณภาพให้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศ

2. นอกจากนี้ จากการที่ กกร. ได้มีการหารือร่วมกับทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยและนักธุรกิจญี่ปุ่น ในหลายมิติที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนและการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการขอ Business Visa สำหรับนักธุรกิจที่จะเข้ามาติดต่อธุรกิจระยะสั้นในไทย เช่น การเข้ามาเจรจาธุรกิจ การเข้ามาทำนิติกรรมสัญญาทางธุรกิจ เป็นต้น ซึ่ง กกร. เห็นด้วยกับแนวทางการปรับปรุงการขอ Business Visa เช่น การนำระบบ E-Visa มาใช้ในการยื่นเอกสาร Business Visa สำหรับนักธุรกิจที่จะเข้ามาติดต่อธุรกิจระยะสั้นในไทย การปรับลดเอกสารในการพิจารณา และลดระยะเวลาในการพิจารณา เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับการที่ไทยมีการยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งใหญ่ กระตุ้นการท่องเที่ยวและเป็นการเปิดประเทศอย่างสมบูรณ์

3.   ด้านแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และค่าธรรมเนียม FIDF ที่ประชุมกกร.เห็นว่า มีความสอดคล้องกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางของนโยบายการคลังและความจำเป็นในการรักษาสมดุลด้านนโยบายในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

4.  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar: CBM) ได้ออกคำสั่งให้บริษัทและผู้กู้ยืมเงินรายย่อยระงับการจ่ายหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแก่   
เจ้าหนี้ต่างประเทศ รวมทั้งครอบคลุมการทำธุรกรรมในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ลดลงต่อเนื่องนั้น กกร. พบว่า การค้าระหว่างไทย – เมียนมา ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2565 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่าการค้าอยู่ที่ 118,900.61 ล้านบาท โดยคิดเป็นการค้าชายแดนร้อยละ 91.64 ของมูลค่าการค้ารวม เป็นอันดับ 2 ของการค้าชายแดนไทย และหากพิจารณาถึงผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว จะสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจเป็น 2 ส่วน ดังนี้
1.  ด้านการค้าระหว่างไทย – เมียนมา (Trading Business) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
•  กลุ่มธุรกิจการค้าชายแดน (Border Trade) ยังไม่ได้รับผลกระทบ 
•  การค้าระหว่างประเทศ (International Trade) ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการค้าขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 
2.  ด้านอุตสาหกรรมที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา (Investment) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
•  กลุ่มการลงทุนทางตรง (FDI) หากเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินในไทยเป็นเงินบาท จะไม่ได้รับผลกระทบ 
•  กลุ่มการลงทุนภายใน หมายถึง บริษัทที่ลงทุนในเมียนมาอยู่แล้ว และได้นำผลกำไรที่เกิดขึ้นมาลงทุนขยายธุรกิจต่อ กลุ่มนี้จะไม่ได้รับผลกระทบใด

5.  ตามที่มีการประชุม ABAC ครั้งที่ 3 ประเทศเวียดนาม ซึ่งประเทศไทยเป็นประธานการจัดงาน ABAC 2022 นั้น กกร.จะมีกำหนดการแถลงข่าวการเข้าร่วมประชุมดังกล่าวในวันที่ 4 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรม มณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอสรุปผลการประชุมต่อไป

ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจ
EXIM BANK ปลดล็อกให้บุคคลธรรมดากู้ทำธุรกิจส่งออก วงเงินสูงสุด 2 ลบ.
    EXIM BANK ปลดล็อกให้บุคคลธรรมดากู้ทำธุรกิจส่งออก วงเงินสูงสุด 2 ลบ.
  02/09/2022

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนก.ค.เพิ่ม 1% รับอานิสงส์จีนคลายล็อกดาวน์
    ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนก.ค.เพิ่ม 1% รับอานิสงส์จีนคลายล็อกดาวน์
  01/09/2022

สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.ค. ขยายตัว 6.37%YoY, 7 เดือนโต 1.23%
    สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.ค. ขยายตัว 6.37%YoY, 7 เดือนโต 1.23%
  01/09/2022

จีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้
    จีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้
  29/08/2022


ข่าวเศรษฐกิจอื่นๆ
คลังเผยก.ค. เศรษฐกิจภูมิภาคขยายตัวดีเกือบทุกภาค รับอุปสงค์-อุปทานในปท.ฟื้น - 29/08/2022
คลังเผยก.ค. เศรษฐกิจภูมิภาคขยายตัวดีเกือบทุกภาค รับอุปสงค์-อุปทานในปท.ฟื้น
KBANK ให้กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 35.20-36.00 จับตาถ้อยแถลงเฟด Jackson Hole - 22/08/2022
KBANK ให้กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 35.20-36.00 จับตาถ้อยแถลงเฟด Jackson Hole
มาเลเซียเผยยอดเกินดุลการค้าเดือนก.ค. 65 ลดลง เหตุส่งออกลด - 22/08/2022
มาเลเซียเผยยอดเกินดุลการค้าเดือนก.ค. 65 ลดลง เหตุส่งออกลด
นายกฯ สั่งทุกหน่วยเร่งเบิกจ่ายงบให้ตามเป้า หวังเม็ดเงินภาครัฐขับเคลื่อนศก.ท้ายปี - 19/08/2022
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับทราบจากรายงานของสำนักงบประมาณ ถึงผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ปี 2565 ณ ไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ (1 ต.ค.64 – 30 มิ.ย.65) มีการเบิกจ่ายแล้ว 2.269 ล้านล้านบาท คิดเป็น 73.20% ของวงเงินงบประมาณรวม 3.10 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.20% และมีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว 2.445 ล้านล้านบาท คิดเป็น 78.88% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.86%
เงินเฟ้ออังกฤษเดือนก.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี เหตุค่าอาหาร-พลังงานพุ่งต่อเนื่อง - 19/08/2022
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เงินเฟ้ออังกฤษแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีอีกครั้งในเดือนก.ค. โดยค่าอาหารและค่าพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลให้วิกฤตค่าครองชีพทวีความรุนแรงเป็นประวัติการณ์
รมว.คลัง หวังศก.ไทยปี 66 โต 4-5% แม้ห่วงหนี้ครัวเรือนในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น - 19/08/2022
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการลงทุนไทย วัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น” ในงานสัมมนา “ถอดรหัสลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น” โดยคาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3-3.5% ซึ่งอยู่ในระดับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ขณะที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้ 2.5% แม้จะเป็นระดับที่ไม่สูงนัก แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปลดล็อกมาตรการควบคุมโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมา โดยคาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 8-10 ล้านคน ขณะที่ภาคการส่งออกก็ทำได้ดี แม้จะไม่ร้อนแรงเหมือนปีก่อน
เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.ค. - 19/08/2022
เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.ค.
ครม.ไฟเขียว แผนพัฒนาเกษตรในอีอีซี 5 ปี 101 โครงการ 2,845 ล้าน - 19/08/2022
ครม.ไฟเขียว ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาการเกษตรในเขต EEC ระยะ 5 ปี 101 โครงการ 2,845 ล้านบาท ปั้น 5 คลัสเตอร์ 3 ยุทธศาสตร์ กระจายรายได้เกษตรกร
ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมก.ค.อยู่ที่ 89.0 จาก 86.3 ในมิ.ย. - 19/08/2022
ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมก.ค.อยู่ที่ 89.0 จาก 86.3 ในมิ.ย.
เวียดนามต้องการเงินทุนกว่า 8 พันล้านดอลล์ต่อปี เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า - 19/08/2022
เวียดนามต้องการเงินทุนกว่า 8 พันล้านดอลล์ต่อปี เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า
ส.อ.ท.แนะรัฐบาล-ธปท.จัดมาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย - 19/08/2022
ส.อ.ท.แนะรัฐบาล-ธปท.จัดมาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย
จีนเผยยอดค้าปลีก-การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ต่ำกว่าคาด ขณะจับตาเงินเฟ้อทั่วโลก - 19/08/2022
จีนเผยยอดค้าปลีก-การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ต่ำกว่าคาด ขณะจับตาเงินเฟ้อทั่วโลก
เงินบาทเปิด 36.26 อ่อนค่าจากวานนี้หลังดอลลาร์แข็งค่าจากกังวลความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ - 03/08/2022
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 36.26 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 36.13 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามภูมิภาคและทิศทางตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่า
ยอดการค้าครึ่งปีแรกใน RCEP โต 13% หนุนไทยใช้ประโยชน์เพิ่มช่องทางนำเข้าสินค้าทุน - 03/08/2022
นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ติดตามสถิติการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับรายงานว่า นับจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 65 การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 65) มีมูลค่ารวม 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิก RCEP มูลค่า 78,172 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ทิศทางตลาดแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำ - 02/08/2022
ทิศทางตลาดแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำ
กระทรวงอุตฯ อัดฉีดเงินเพิ่ม 3 พันล้านหนุนสินเชื่อประชารัฐช่วยเอสเอ็มอี เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง - 02/08/2022
กระทรวงอุตฯ อัดฉีดเงินเพิ่ม 3 พันล้านหนุนสินเชื่อประชารัฐช่วยเอสเอ็มอี เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
เยอรมนีวอนทุกภาคส่วนลดใช้ก๊าซ หลังรัสเซียลดส่งออก - 01/08/2022
เยอรมนีวอนทุกภาคส่วนลดใช้ก๊าซ หลังรัสเซียลดส่งออก
ผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นพุ่ง 8.9% เดือนมิ.ย. รับอานิสงส์จีนผ่อนคลายล็อกดาวน์ - 01/08/2022
ผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นพุ่ง 8.9% เดือนมิ.ย. รับอานิสงส์จีนผ่อนคลายล็อกดาวน์
ธปท.ชี้ปรับดอกเบี้ยต้อง ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ - 26/07/2022
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ระบุ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจนขึ้น คาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะหากดูทิศทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปี2565 คาดว่ามีทิศทางฟื้นตัวดีต่อเนื่อง โดยคาดขยายตัวที่เกินระดับ 3%
ส.อ.ท. หวั่นเศรษฐกิจถดถอยฉุดกำลังซื้อ - 26/07/2022
อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 40 ปี สะท้อนจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ 9.1% ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรง 0.75-1%
|<  <  >  >| หน้าที่     จากทั้งหมด 116 หน้า: จำนวนทั้งหมด 2308 ข้อมูล

ข่าวในหมวดอื่นๆ
ข่าวอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าว FTA ข่าว BOI

+ แผนผังเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย


อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา ชั้น 1-2
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (แผนที่)
โทรศัพท์ 02-7136290-2, 02-713-6547-50, 02-7124402-7 ต่อ 211-213


ภายใต้งบประมาณการสนับสนุน
จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
Copyright © 2015 Iron and Steel Institute of Thailand.